updated 4:53 PM ICT, Aug 17, 2017
Headlines:
บทสัมภาษณ์

บทสัมภาษณ์ (18)

บทสัมภาษณ์ : คุณกฤติกา สาริกะวณิช บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

แอมเวย์” ความสำเร็จทางธุรกิจคน GEN-Y

 

กฤติกา สาริกะวณิช

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัม

บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

 “การสร้างชีวิตต้องใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาการใช้ชีวิตที่ยาวขึ้น เพราะฉะนั้น...ตั้งเป้าทำธุรกิจแอมเวย์ให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการใช้ชีวิตให้มากที่สุด”

การที่จะเป็นอัจฉริยะได้ ไม่ใช่แค่มีเพียงพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ แต่จะต้องมีพรแสวงด้วย เพราะความสำเร็จจะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างประกอบกัน เพื่อไปถึงจุดหมายที่วางเอาไว้

ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ความมีวินัย” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิตก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ คุณกฤติกา สาริกะวณิช (น้องเดียร์) นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัมสองผู้สถาปนาบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาสู่อาชีพเครือข่ายขายตรงได้อย่างลงตัว

เริ่มต้นน้องเดียร์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหงสาขานิติศาสตร์ ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาตรีอีกใบหนึ่งในชั้นปีที่ 4 คณะวิศวอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบคู่กับการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และในอนาคตอันใกล้นี้ได้วางแผนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ (หลักสูตรนานาชาติ)Ph.D. in Human Resource and Organization Development เพื่อที่จะมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจแอมเวย์

ซึมซับธุรกิจแอมเวย์จากครอบครัว

น้องเดียร์ เล่าถึงที่มาที่ไปที่เข้ามารู้จักธุรกิจแอมเวย์ให้ฟังว่า หลังจากที่ลืมตาดูโลก แอมเวย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเธอแล้ว เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ประกอบธุรกิจแอมเวย์มาอย่างยาวนานและประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ทำให้ตัวเองนั้นได้ซึมซับธุรกิจแอมเวย์ตลอดเวลา จากการที่ต้องติดตามคุณพ่อคุณแม่พาไปทำธุรกิจด้วย ธุรกิจแอมเวย์สามารถสร้างครอบครัวของเราใหม่ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาจนทุกวันนี้ และยังช่วยเติมเต็มในสิ่งใหม่ๆ เสมอ

เมื่อเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ ก็ได้มีโอกาสได้พบปะกับผู้คนมากมายหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ หมอ ครู วิศวกร เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ จึงเกิดความประทับใจในอาชีพนี้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์กัน จึงทำให้เกิดคำถามและค้นหาคำตอบว่าธุรกิจแอมเวย์นั้นมีดีอย่างไร

การได้เห็นคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจ เป็นสิ่งผลักดันให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์ ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในความดีและความรักของพ่อแม่ ธุรกิจนี้เราเห็นแต่คนดีๆ คนที่มีความตั้งใจในชีวิต ที่จะสร้างความสำเร็จให้กับครอบครัวของตัวเองและคนรอบข้างให้ประสบความสำเร็จ”น้องเดียร์ กล่าวถึงทัศนคติที่กับแอมเวย์

เธอ ยังบอกเล่าให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน ธุรกิจแอมเวย์ก็เป็นเหมือนธุรกิจทั่วไป ซึ่งจะต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะไม่มีใครที่จะรู้และทำเป็นทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่น สิ่งเหล่านั้นถือเป็นบทเรียนหนึ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับมัน เพื่อทำให้ตัวเราเองสามารถพัฒนาตัวเองได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อไรก็ตาม ตัวเราหาทางออกไม่ได้ คนที่เราจะหันไปปรึกษาคือ คุณพ่อคุณแม่ของเรา ซึ่งเป็นโค้ชที่ดีที่สุด เพราะท่านมีประสบการณ์ในอาชีพนี้ยาวนานมากว่า 20 ปี

คนรุ่นใหม่ต้องการที่จะประสบความสำเร็จ

"การที่จะทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้เร็ว สิ่งนั้นถือเป็นแรงจูงใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานอย่างรวดเร็ว ธุรกิจเครือข่ายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิต หันมาทำธุรกิจเครือข่าย  เดียร์คิดว่าแอมเวย์กับคนรุ่นใหม่คือทางเลือกหนึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกวันนี้การทำธุรกิจขายตรงถือว่าเป็นเรื่องง่ายมากเลย เมื่อเทียบกับในอดีต เพราะมีเครื่องมือ เทคโนโลยี มีการพัฒนามากขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายขึ้นอีกด้วย ตอนนี้เดียวอายุ 22 ปีแล้ว ถือว่าได้รับสิ่งต่างๆ จากการทำธุรกิจแอมเวย์เกินคาด เมื่อเทียบกับการทำงานประจำที่คนรุ่นเดียวกันทำอยู่ เดียร์เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เราได้ท่องเที่ยวทั่วโลกกับการทำธุรกิจแอมเวย์ ได้รับรายได้หลักแสนทุกเดือนในธุรกิจแอมเวย์ และสิ่งที่สำคัญสุดเราได้เรียนรู้ ความคิด วิสัยทัศน์ การวางแผนในการใช้ชีวิต หรือแม้แต่การใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนที่หลากหลายบนโลกใบนี้” น้องเดียร์  ถ่ายทอดถึงมุมมองคนรุ่นใหม่ที่มีต่อแอมเวย์ให้ฟัง

ตั้งเป้าหมายความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์

น้องเดียร์ พูดถึงหลักการทำงานของเธอมีอยู่ว่า “การสร้างชีวิตต้องใช้เวลาให้สั้นที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาการใช้ชีวิตที่ยาวขึ้น เพราะฉะนั้นเราตั้งเป้าไว้ว่า ต้องการทำธุรกิจแอมเวย์ให้ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการใช้ชีวิตให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน” และนอกจากนี้เธอเองยังต้องการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมให้ได้มากที่สุด ทั้งในเรื่องของการทำธุรกิจ การนำความรู้ในสิ่งต่างๆที่เธอได้เล่าเรียนมา นำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจแอมเวย์ให้เกิดความแข็งแกร่งในอาชีพนี้

ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากัน การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีความตั้งใจทำอะไรกับชีวิตให้ดีขึ้น ถ้าคุณมีความตั้งใจที่จะทำชีวิตให้ดีขึ้น จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ทุกสิ่ง” น้องเดียร์ ได้บอกย้ำถึงหลักการทำงานของเธอทิ้งท้ายให้ฟัง

มุมมองธุรกิจเครือข่ายจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก

              ด้านคุณพิไลวรรณ สาริกะวณิช นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชร คุณแม่ของน้องเดียร์ กล่าวเสริมว่า “การทำธุรกิจเครือข่ายทุกวันนี้ต่างจากอดีตมากทีเดียว การปรับตัวของคนรุ่นเก่าในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้เครื่องมือออนไลน์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น เราต้องมีการเรียนรู้เครื่องมือเหล่านั้น ที่บริษัทจัดหามาให้ เพื่อใช้ในการขยายเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผสมผสานการทำงานร่วมกับนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่มีการเข้ามาสู่ธุรกิจแอมเวย์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันนี้ต้องขอบคุณ “แอมเวย์” ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้คนไทยมีอาชีพ มีรายได้ความเป็นอยู่ที่ดี แอมเวย์เป็นตลาดของผู้บริโภคขนาดใหญ่ เราสามารถที่จะทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด”

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 353 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : นาวาอากาศโท เกษม พุทธนิมนต์ บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

แรงบันดาลใจ ประตูแห่งความสำเร็จ

น.ท.เกษม พุทธนิมนต์

CROWN PRESIDENT

บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

แต่ไหนแต่ไรมาผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีความคิดว่า การรับราชการทหารถือว่าเป็นเกียรติสูงศักดิ์แก่วงศ์ตระกูล และถือว่า เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมากทีเดียว แต่ชะตาฟ้าลิขิต ทำให้นาวาอากาศโท เกษม พุทธนิมนต์ นักธุรกิจระดับ Crown President บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัดเป็นผู้หนึ่งที่ต้องพลิกผันชีวิตก้าวออกจากอาชีพรั้วของชาติที่ทำมาค่อนชีวิต ซึ่งค่อนข้างยากทีเดียวสำหรับการทำใจ โดยเฉพาะต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับการทำงาน เหตุเพราะเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพนั่นเอง ในที่สุดนาวาอากาศโทเกษมจึงตัดใจลาออกในปี 2547 และนำเงินที่เก็บหอมรอมริบสะสมมาตั้งแต่รับราชการมาลงทุนทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัว

เริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายจากความไม่เข้าใจ

นาวาอากาศโทเกษม เล่าย้อนความหวังให้ฟังว่า “หลังจากลาออกในช่วงนั้น ก็ตัดสินใจนำเงินเก็บมาลงทุนธุรกิจส่วนตัวกับแฟน โดยเปิดธุรกิจทำเบเกอรี่แต่ไม่ได้เปิดเป็นหน้าร้านใหญ่โตอะไร เมื่อทำได้สักระยะหนึ่งพบว่า ไม่ได้ผลกำไรตอบแทนกลับคืนมาสักที จึงเริ่มมองหาอาชีพอื่นทำ เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ ก่อนผมจะเข้ามาสู่ธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ผมเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับการเติมเงินโทรศัพท์มาก่อน เมื่อทำได้สักพักก็มีอัพไลน์มาแนะนำให้รู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ แต่ผมก็ได้ปฏิเสธไปในตอนนั้น เพราะความไม่เข้าใจในธุรกิจและรู้สึกกลัวกับธุรกิจขายตรง ซึ่งเป็นการขายอาหารเสริม การขายสินค้าเกี่ยวกับความงาม อีกอย่างเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ชาย จะไปเร่ขายสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร”

เริ่มจากซื้อสินค้าไปทดลองใช้กับตัวเอง

วันเวลาผ่านไปนาวาอากาศโทเกษมก็ได้มีโอกาสกลับมาเจอกับอัพไลน์คนเดิมอีกครั้ง เขามาพูดถึงความสวยงามในธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ให้ฟัง ทำให้ครั้งนี้นาวาอากาศโทเริ่มที่จะเปิดใจรับกับตัวบริษัท เมื่อได้ฟังแผนรายได้ ฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และเริ่มทำความเข้าใจกับสินค้าว่า ถ้าเราทำความเข้าใจกับมัน เราก็จะสามารถขายมันได้

ในที่สุดจึงตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการสั่งซื้อสินค้าไปทดลองใช้ก่อน ในตอนนั้นได้ซื้อสินค้า“เอนไซม์” เพราะตัวเองนั้นมีอาการไอทุกๆ คืนเวลานอน หลังจากได้ทดลองผลิตภัณฑ์ “เอนไซม์” สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น เมื่อตัวเองได้เข้ามาสัมผัส จนในที่สุดก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับการได้เข้าไปแนะนำคนรอบข้างหรือบอกต่อถึงคุณภาพของสินค้า

ใจแลกใจถึงจะประสบความสำเร็จ

 “การทำงานธุรกิจเครือข่ายขายตรง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำงานกับคนจำนวนมาก เมื่อมีมากคน ก็มากความ เราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกคนนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เคล็ดลับของผมคือ การการสร้างแรงบันดาลใจ การให้ใจกับทุกคนที่ผมแนะนำ เมื่อเราเปิดใจแลกใจกับทุกคน เราก็จะสามารถทำให้เขาสำเร็จได้เพราะเขาจะเกิดความเชื่อมั่นกับเรา อย่ามุ่งแต่จะทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว เราต้องให้คำปรึกษากับทีมงานเราตลอดเวลา เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน”นาวาอากาศโทเกษมเปิดใจถึงเคล็ดลับให้ฟัง

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้าย

นาวาอากาศโทเกษม กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า การได้มาร่วมธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ วันนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนทำธุรกิจที่มาถูกทาง การเติบโตของทีมงานมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ บริษัทมียอดเติบโตสูงขึ้นทุกปี มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผมทำธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ตั้งแต่ปี 2557

“ในวันนี้ต้องขอขอบคุณทั้ง 2 ท่านคือ ดร.ประกาสิต เลิศมุกดา และ ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ ที่นำเอาธุรกิจดีๆ มาให้กับเรา จากแรกเริ่มที่ตนเองเข้ามาทำธุรกิจนี้ ไม่ได้เชื่อมั่นมากนัก เพราะบริษัทนี้เป็นบริษัทใหม่ แต่หลังจากที่ทำไปเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันทำให้ตนเองมีรายได้กว่า 6 ล้านบาท จากธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่” นาวาอากาศโทเกษม อยากฝากทิ้งท้าย

 

“วิไลวรรณ ไตรพิษ” ตำแหน่ง SENIOR AGENT

“ได้รู้จักกับอัพไลน์ “เกษม” เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ เริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความเกรงใจ แต่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณตัวเอง จึงทำให้สนใจการทำธุรกิจ เริ่มจากเปิดใจรับธุรกิจขายตรง ในตอนนั้นคิดว่าแค่ซื้อกินซื้อใช้ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ผลที่ได้รับตอบแทนมานั้นเกินคาดทำได้เดือนเดียวมียอดเงินเข้าบัญชีหลักแสนบาทต่อเดือน จากอาชีพแม่บ้านวันนั้น วันนี้เป็นนักธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ สามารถที่จะซื้อรถยนต์ได้ 2 คันจากอาชีพนี้”

 

ปิยาภรณ์ เรืองศรี SENIOR AGENT

“การที่ต้องแบกภาระในการรับผิดชอบเลี้ยงดูครอบครัว การมองหาอาชีพเสริมเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา เดิมเรามีการขายของผ่านสื่อออนไลน์อยู่แล้ว แต่เมื่อมาเจอกับสินค้าแม็กซ์อินเตอร์ฯ หลังจากที่นำสินค้ามาโพสต์ขาย บวกกับการหาสมาชิกเพิ่ม ทำให้เรามีรายได้เข้ามามากพอควรในตอนนั้น จึงเกิดความมั่นใจว่าแม็กซ์อินเตอร์สามารถที่จะทำเป็นอาชีพได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปี รับรายได้รวมกว่า 3 แสนบาท ซื้อรถให้กับครอบครัวอีก 1 คัน”

 

จันทร์พร แยบเกษตร ตำแหน่ง AGENT

“เป็นคนที่รักในอาชีพเครือข่ายเป็นทุนเดิม อาชีพเครือข่ายสอนเราทั้งด้านความคิด ทัศนคติ และการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเอง หลังจากที่ได้มารู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ก็ตัดสินใจลงมือทำควบคู่กับงานประจำ เพราะบริษัทมีระบบออนไลน์รองรับการทำงานไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำธุรกิจได้ ตั้งเป้าปี้หน้าจะรถเมอร์เซเดสเบนซ์ให้เป็นของขวัญกับตัวเอง และจะพาดาวน์ไลน์ 2 ตำแหน่งขึ้นรับรางวัลเชิดชูเกียรตินักธุรกิจในงาน “The Honor” ที่บริษัทจัดขึ้นทุกปี”

อุษณา รุ่งอเนก ตำแหน่ง MD

“มีความมั่นคงในอาชีพข้าราชการ แต่เงินใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงมองหาธุรกิจขายตรงเป็นรายได้เสริม  จนมาเจอธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ เมื่อเข้ามาฟังแผนธุรกิจของบริษัท ในที่สุดจึงเกิดความมั่นใจ ประกอบเชื่อมั่นในตัวของผู้นำที่เป็นข้าราชการเหมือนกัน ซึ่งการดูแลของอัพไลน์มีส่วนช่วยในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้วันนี้สามารถรับรายได้หลักหมื่นบาทต่อ”

ภัทราวดี ยั่งยืน ตำแหน่ง MD

 “เริ่มรู้จักธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ จากสื่อสังคมออนไลน์ของรุ่นน้องคนหนึ่ง ทำให้เกิดความสนใจ และได้ทักเข้าไปหาน้องคนนั้น หลังจากที่ได้พูดคุยกัน เรื่องของการทำธุรกิจ จึงเห็นถึงการทำงานเป็นระบบ ทำงานง่าย เลยตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก ในตอนแรกที่เริ่มโพสต์ขายผ่านสื่อออนไลน์ ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ท้อ เพราะบริษัทมีสินค้าดีและมีคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จได้จริง”

ไพศาล นนท์สืบเผ่า ตำแหน่ง MD - จิราวรรณ รัตนกำเนิด ตำแหน่งMD

            “ผมเป็นนักธุรกิจที่ชอบในการลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนแฟนนั้นทำงานประจำแต่ด้วยแฟนมีปัญหาเรื่องสุขภาพจึงต้องลาออกจากงาน และมาลงทุ่นธุรกิจส่วนตัวเป็นแฟรนไซส์ “ชานมไอ-ฉะ” แต่ก็ประสบปัญหาขาดทุน ผมจึงมองหาการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก แต่มีรายรับที่มั่นคง ช่วงนั้นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้รับความนิยม ซึ่งมีโอกาสได้รู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ ในตอนแรกแฟนไม่เห็นด้วยกับการทำธุรกิจขายตรง แต่ผมมองเห็นโอกาสจึงตัดสินใจลงทุน ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาก็ให้แฟนทดลองใช้จนสามารถเปิดใจแฟนยอมรับได้ ทุกวันนี้รับรายได้จากธุรกิจแม็กซ์อินเอตร์ฯเดือนละกว่า 2 หมื่นบาท

               (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 352 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณทรงสันห์ สถิตนาเวศกุล บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล
ตัวแทนไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ผู้คว้ารางวัล
“ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ TNQA ต่อเนื่อง 30 ปี คนแรกของประเทศ”

ผู้นิยามคำว่า “คุณภาพ ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

            บันทึกเล่มหนาของความสำเร็จในวงการประกันชีวิต ที่ได้บันทึกเรื่องราว ความสำเร็จ ความสามารถของตัวแทนประกันชีวิตที่ต่างสร้างชื่อเสียงอย่างมากมายมาตลอด วันนี้ถึงเวลาเปิดบันทึกหน้าใหม่ เพื่อจารึกถึงความสำเร็จ ที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่า เขาคือคนแรกของเมืองไทย

            จากจุดเริ่มต้นของคำสัญญา สู่การจารึกประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ยากที่ใครจะลบล้าง ผู้พิชิต TNQA มาตลอด 30 ปีกับคนคุณภาพที่ชื่อ ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล

จากจุดเริ่มต้น..สู่เส้นทางสายคุณภาพ TNQA 30 ปี  

            จากบุตรของครอบครัวชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานสู่ผืนแผ่นดินไทย ครอบครัวมีอาชีพรับทั่วไปเพื่อดำรงชีพ       มีความเป็นมาแบบคนธรรมดา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนเฉกเช่นผู้คนปกติ แต่ต้องแบกรับภาระในฐานะพี่ชาย    คนโตของครอบครัว ได้เข้าสู่โลกกว้างของการทำงาน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  จากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานเอกสารในบริษัทต่างชาติ แต่มีความต้องการที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ด้วยเห็นจากเพื่อนพ้องจากฝ่ายขายที่มีรายได้ดีกว่า     จึงหันเข็มทิศชีวิตตนเองสู่พนักงานขายตามที่หวัง และดูเหมือนด้วยความขยันขันแข็ง รับผิดชอบต่องานและหน้าที่ ทำให้เขาเริ่มฉายแววเจิดจรัสของความเป็นนักขาย

ด้วยงานที่ทำได้ตามเป้าหมาย และรายได้ที่ดีขึ้น ทำให้พอจะมีเวลาเหลือจากงานประจำของบริษัท ทำให้เขามองหาการเพิ่มรายได้เสริมขึ้น ด้วยคำชักชวนจากเพื่อนฝูงจึงนำเขาเข้าสู่วงการประกันชีวิต ผมเพียงแค่ต้องการมีรายเสริมจากเวลาว่างที่เหลือจากงานประจำ และผมก็เป็นคนเปิดรับและคิดว่าไม่ได้เสียหายอะไรจึงได้เริ่มศึกษาและก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ด้วยพื้นฐานของความรับผิดชอบทำให้เขาสามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้อย่างดีโดยไม่มีผลกระทบใดๆ กับงานประจำ จากอาชีพเสริมที่ต้องให้คำมั่นว่าจะดูแลลูกค้าอย่างดี เริ่มกลายเป็นเป็นจุดพลิกผันอีกครั้งที่ทำให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ผมนี่แหละจะเป็นคนดูแลคุณตลอดสัญญา เป็นคำสัญญาที่ให้กับลูกค้าของทรงสันห์ เมื่อได้ตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาทำอาชีพตัวแทนประกันชีวิตแบบเต็มตัว

ด้วยแนวคิดที่ชัดเจน มองเห็นภาพและความต้องการของตนเองถึง อิสรภาพทางการเงินและเวลา ทำให้คุณทรงสันห์ เดินหน้าสู่ความท้าทายในฐานะตัวแทนประกันชีวิตอย่างเต็มตัว จากการอมรม ศึกษาเข้าการทำงานของตัวแทนประกันชีวิต ทดสอบตัวเองอย่างจริงจัง ถึงแม้ผู้ชักนำเข้าสู่วงการจะออกจากทำงานตัวแทนไปแล้วก็ไม่ได้ทำให้ภาพของเป้าหมายที่วางไว้อย่างชัดเจนนั้นเลือนลางไปได้เลย จนถึงปี 2531 ที่เขาได้เริ่มนับ 1 กับการพิชิตรางวัล TNQA ที่การันตีถึงคุณภาพของอาชีพตัวแทนประกันชีวิต เป็นครั้งแรก

ด้วยการทำงานที่ยึดมั่นในพื้นฐานของการทำงานอย่างเคร่งครัด มีวินัย ผมก็เคยพลาดและผิดหวังจากการเสนอแบบประกันชีวิต แต่หากมาพิจารณาให้ดีจากสถิติแล้ว ที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราออกพบปะผู้มุ่งหวังน้อยเกินไป ผมจึงเพิ่มปริมาณกับพบให้มากขึ้น เพราะผมเชื่ออย่างมั่นใจว่า สถิติไม่เคยโกหกใคร จากการทำงานแบบด้วยเป้าหมายแบบปีต่อปี และรักษามาตรฐานการทำงานอย่างเคร่งครัดและอดทน จึงส่งผลให้ทรงสันห์ได้รับรางวัล TNQA มาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัล ตัวแทนกิตติคุณดีเด่น 10 ปี   ซึ่งเป็นคนแรกของไทยพาณิชย์ประกันชีวิตและของวงการประกันชีวิตไทย และหลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง จวบจนเวลานี้ที่เขาเป็นคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล TNQA ต่อเนื่องถึง 30 ปี ในนาม SCBLIFE

ความสำเร็จ ที่ไม่มีคำว่า “เคล็ดลับ”

หลากหลายคำถามที่หลายคนสงสัยและอยากรู้ถึงวิธีการทำงานอันน่าทึ่ง ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต คำตอบนั้นกลับดูสั้นและง่ายดายเสียเหลือเกิน ผมขายประกันชีวิต ที่ให้ลูกค้าซื้อด้วยความเข้าใจ ช่างเป็นคำตอบที่แสนง่ายที่แฝงไปด้วยจิตวิญญาณของการทำงานที่เรียกว่าได้ว่านี่คือ แก่นแท้ของการขายประกันชีวิต ไม่มีเคล็ดลับ คาถา หรือทางลัด นอกเสียจากคุณจะศึกษาทำความเข้าใจในอาชีพของตน ปฏิบัติตามกระบวนการทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ด้วยความมีวินัย อดทน รอคอยอย่างไม่ลดละ และทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่คือสิ่งที่เรียกว่าพื้นฐานทั้งสิ้น ซึ่งบริษัทก็มีระบบ ที่ยอดเยี่ยมและคอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายแทนหลายๆ คนที่ตัดสินใจก้าวออกจากประกันชีวิตไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนก็มีความเท่าเทียมกันในความสำเร็จ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ

จากความสำเร็จที่มั่นคง จนมาถึงวันนี้ ผมถือว่านี่คือกำไรชีวิต ที่ได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้พูดไว้กับลูกค้ามาตลอด 30 ปี ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ก็ตาม ล้วนมีความสำคัญ          ไม่แตกต่างกัน เพราะสำหรับผมแล้ว ลูกค้าคือส่วนหนึ่งของครอบครัว จะมีอาชีพไหนบ้างที่เราสามารถเข้าถึง ได้รับความไว้วางใจในการให้ข้อมูลปรึกษา ทั้งในด้านการเงิน สุขภาพ เรื่องส่วนตัว เพื่อที่จะมอบกรมธรรม์ที่ตรงกับความต้องการและก่อเกิดผลประโยชน์สูงสุด บ้านของผมคือลูกค้า ผมสามารถเข้าไปนั่งในดวงใจของลูกค้าได้    นี่คือบ้านของผมที่ผมสร้างด้วยตนเอง

ทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ และต้องการทำ

 ผมก็ทำงานตามปกติ  เมื่อ 30 ปีที่แล้วผมทำงานอย่างไร  วันนี้ผมก็ทำอย่างนั้น เพราะงานขายประกันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว  เราเคยทำอย่างไรกับลูกค้าก็ทำอย่างนั้น  สิ่งที่เราทำกลายเป็นนิสัยไปแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ผิดปกติวิสัยที่เราต้องรักษา มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว เพราะมันทำอยู่ทุกวัน กลายเป็นชีวิตประจำวันไปเลย เหมือนตื่นขึ้นมาอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว กินข้าว ออกจากบ้าน การทำคุณวุฒิ  TNQA ก็เหมือนกัน คุณต้องมีการคัดลูกค้า  พบลูกค้า  ขายลูกค้า  บริการลูกค้า  เสร็จแล้วก็ขายเพิ่ม  มันเป็นกิจวัตร เป็นวงจรชีวิตที่เราทำอยู่ทุกวัน และตัวแทนประกันชีวิตยังได้เติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูกค้าอีกด้วย (We Growth by The Customer)”

การขายประกันชีวิต ไม่ได้จบลงด้วยการปิดการขาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ไม่มีใครทำให้คุณล้มเหลวได้ ถ้าคุณไม่ยอม และไม่มีใครทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ ถ้าคุณไม่ลงมือทำ

ทรงสันห์ได้สัมผัสกับอิสรภาพตามที่หวังไว้ แต่หลายคนยังคงเห็นเขาทำงานอย่างต่อเนื่อง มันอาจจะดูขัดกับความต้องการหลายๆ คน อิสระ ในนิยามของหลายคนอาจหมายถึงการไม่ต้องทำงานและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผมมันไม่ได้หมายความว่ามีเวลาว่าง แต่หากหมายถึงผมมีอิสระในการทำในสิ่งที่ผมต้องการ และสิ่งนั้นก็คือ การเป็นตัวแทนประกันชีวิต และผมจะยังทำมันไปจนกว่าผมจะเดินไม่ไหว

การได้รางวัล TNQA นับว่ายากแล้ว แต่การรักษารางวัล TNQA ให้ต่อเนื่อง ยากยิ่งกว่า

คือคำพูดที่ ทรงสันห์ มักจะกล่าวกับหลายคนเมื่อมีโอกาสพูดถึงการได้รับคุณวุฒิตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA – Thailand National Quality Awards) ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์วงการประกันชีวิตไทย “เพราะคุณวุฒิ TNQA เป็นคุณวุฒิที่สะท้อนถึงคุณภาพธุรกิจระยะยาวอย่างแท้จริง เพราะตัวแทนต้องมีความพยายามในการนำเสนอขายด้วยความตั้งใจ มุ่งเน้นคุณภาพ และความซื่อสัตย์ จริงใจต่อลูกค้า เพื่อให้รักษาไว้ซึ่งผลงานคุณภาพ จนเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จอันยาวนาน และสะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าจากคุณค่าในการรักษาความยั่งยืนของกรมธรรม์ ซึ่งผมจะพยายามรักษามาตรฐานไว้ที่ 90-100%  ตลอด  30  ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ได้รับคือ ความไว้วางใจที่ลูกค้า    มีให้กับเรา ผมถือว่าเป็นเป้าหมายใหญ่สุดในชีวิตการทำงานที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCBLIFE     ที่ต้องการเป็น บริษัทประกันชีวิตที่ประชาชนคนไทยไว้วางใจเช่นกัน”

การเริ่มต้นที่ดีด้วยทัศนคติที่ถูกต้องจะเป็นรากฐานที่สำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จบนถนนสายนี้  “ผมจึงอยากให้ตัวแทนทุกคนมีทัศนคติที่ว่า ประกันชีวิตไม่ใช่เครื่องมือสร้างรายได้ของตัวแทน แต่เป็นเครื่องมือสร้างหลักประกันความมั่นคงของชีวิตลูกค้า  การทำอาชีพนี้ คือการที่เราได้สร้างคุณค่าให้กับชีวิตของลูกค้า”

บทส่งท้าย...

              สิ่งง่ายๆ ที่ทำซ้ำๆ แบบนี้นี่เอง ที่ทำให้นักขายประกันชีวิตคนหนึ่งประสบความสำเร็จต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปี เรื่องง่ายๆ  พื้นๆ ที่ทำให้ ทรงสันห์  สถิตนาเวศกุล  กลายเป็นนักขายผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ที่สร้างสถิติเป็นคนแรกของประเทศไทย คือ ผู้ที่สร้างความสำเร็จระดับตำนานของ SCBLIFE และประวัติศาสตร์ประกันชีวิตไทย สิ่งง่ายๆ ที่อาจจะทำยากสำหรับใครหลายๆ คน แต่หากพิจารณาในทุกๆ ถ้อยคำที่ทรงสันห์ ได้กล่าวไว้ข้างต้น  ก็จะทราบถึงแนวทางการทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้อย่างเท่าเทียมกันอย่างแน่นอน

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 352 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น เอไอเอ ประเทศไทย

สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัล

ยึดหัวหาดผู้นำตลาดธุรกิจประกันชีวิตต่อเนื่อง”

คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า

เอไอเอ ประเทศไทย

การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลพยายามที่จะเน้นเรื่องของ Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าองค์กรส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับธุรกิจเพิ่มมากขึ้น และเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเป็นวาระสำคัญสำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยรวม

เพราะฉะนั้น ความจำเป็นที่จะต้องพัฒนากลยุทธ์ขององค์กรเพื่อให้สามารถรักษาตำแหน่งทางการตลาด และในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับองค์กร

เฉกเช่น “เอไอเอ ประเทศไทย” หนึ่งในผู้นำตลาดด้านธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่มานานเกือบ 80 ปี กับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลบริการลูกค้ายุคประกัน 4.0 ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวโดย “คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า เอไอเอ ประเทศไทย ในการใช้กลยุทธ์ดิจิทัล (Digital Strategy) มุ่งมั่นสร้างสรรค์เครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้นและสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าไว้ไปพร้อมกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง

@ เอไอเอบริการลูกค้าด้วยนวัตกรรมดิจิทัลยุค 4.0

เอกรัตน์ ฐิติมั่น” เปิดเผยว่า เอไอเอมีเป้าหมายหลัก คือ มุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมอบการบริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า โดยหนึ่งในนวัตกรรมดิจิทัลที่สนับสนุนการให้บริการของพลังตัวแทนเอไอเอที่มีอยู่กว่า 60,000 คนทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คือ แอปพลิเคชัน “iPoS+” ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการสนับสนุนการบริหารงานและกระบวนการขายสำหรับตัวแทนเอไอเอ โดยเฉพาะการจัดการงานขาย ทำให้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อไร ทุกอย่างจะอยู่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

“iPoS+” เป็นโปรแกรมที่รองรับการทำงานบน iPad ซึ่งสามารถให้บริการแก่ลูกค้าแบบครบวงจรบนอุปกรณ์ชิ้นเดียว ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการทางการเงินลูกค้า เตรียมใบเสนอขาย นำเสนอแบบประกันที่เหมาะสมแก่ลูกค้า รวมถึงปิดการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถเซ็นใบสมัครผ่านทางระบบโดยไม่ต้องใช้กระดาษ นอกจากนี้ เอไอเอยังต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชัน “iCare” สำหรับตัวแทนเอไอเอเพื่อสนับสนุนงานบริการหลังการขาย โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรมธรรม์ได้ผ่านทางระบบโดยไม่ต้องส่งเอกสาร อาทิ เปลี่ยนแปลงที่อยู่ เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์ และเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันภัย เป็นต้น

เอกรัตน์” กล่าวว่า ปัจจุบันเสียงตอบรับจากตัวแทนค่อนข้างดี โดยมีจำนวนใบสมัครใหม่ที่ยื่นผ่าน iPoS+ มากกว่าครึ่ง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเอไอเอแต่ละประเทศต่างพยายามผลักดันแอปพลิเคชันตัวนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเลิศให้กับทั้งลูกค้าและตัวแทน

@ AIA iService บริการลูกค้า ง่าย จบ ครบในแอปเดียว

ผลสำรวจของ “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” ระบุว่า “อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 85 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และจำนวนร้อยละ 65 ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน โดยอันดับแรก คือ  ผู้ใช้งานเล่นโซเชียลมีเดีย รับชม YouTube หาข้อมูลทาง Google แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การใช้งานที่มากเป็นอันดับห้า คือ “การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน” นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เอไอเอไม่หยุดที่จะคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้หลากหลายมากขึ้น

และจากผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่พร้อมจะก้าวสู่ยุคดิจิทัล ทำให้เอไอเอมุ่งมั่นสร้างสรรค์บริการต่างๆ เคียงข้างลูกค้า ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “iService” เมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ และรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวก พร้อมฟังก์ชันที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้วยฟีเจอร์หลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1.ข้อมูลกรมธรรม์ ดูรายละเอียดกรมธรรม์ พร้อมสรุปความคุ้มครองกรมธรรม์ 2.ชำระเบี้ยประกันภัย เช็คประวัติการชำระเบี้ยประกันภัย และสามารถแสดงบาร์โค้ดเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยผ่านธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส 3.เรียกร้องสินไหม สามารถตรวจสอบสถานะการเรียกร้องสินไหม และประวัติการเรียกร้องสินไหมของแต่ละกรมธรรม์ 4.แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ลูกค้าแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่สำหรับรับเอกสาร เบอร์ติดต่อหรือเปลี่ยนอีเมล์ 5.สิทธิประโยชน์ จากร้านค้าชั้นนำ โดยสามารถดาวน์โหลดสิทธิประโยชน์ได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน 6.ค้นหาสถานที่ และติดต่อตัวแทน ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากสามารถค้นหาโรงพยาบาล สำนักงานตัวแทน และร้านค้าที่ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ อีกทั้งสามารถติดต่อตัวแทนบริการได้ทันที ปัจจุบันแอปพลิเคชันตัวนี้ คือ อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าเอไอเอ คือ บริษัทประกันชีวิตที่เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณอย่างแท้จริง (The Real Life Company)

เอกรัตน์” กล่าวว่า การเปิดตัวแอปพลิเคชัน “iService” ถือเป็นการเริ่มต้นขับเคลื่อนการทำงานในเฟสแรก เนื่องจาก Roadmap แอปพลิเคชันตัวนี้ถูกวางไว้ 2 ปี เพื่อดูความต้องการของลูกค้าที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไป และเพื่อปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าได้ในทันที โดยคาดว่าจะมีลูกค้าที่ใช้งาน iService ผ่านรูปแบบ Mobile Application และ Website อยู่ที่ร้อยละ 10 ของฐานลูกค้าที่มีอยู่กว่า 5.5 ล้านคน และจะพยายามผลักดันให้มียอดผู้ใช้งานเติบโตเพิ่มมากขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

@ AIA Digital Innovation Roadmap ก้าวสู่ผู้นำตลาดต่อเนื่อง

 “เอกรัตน์” กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่น่าตื่นเต้นนับจากนี้ คือ “Digital Innovation Roadmap” ของเอไอเอ ประเทศไทย ยังมีอะไรให้น่าติดตามอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่าทุกปีจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านดิจิทัลของเอไอเออย่างแน่นอน

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า เอกรัตน์ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมงานเอไอเอ ประเทศสิงคโปร์ จัดตั้งทีม “AIA Edge” ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลด้านนวัตกรรม และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เอไอเอจะได้ทำงานร่วมกับกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างโอกาสในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับกลุ่มบริษัทเอไอเอ รวมถึงเอไอเอ ประเทศไทย โดยเฉพาะกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุคของ “Insure Tech” ได้เป็นอย่างดี

              สิ่งสำคัญสำหรับยุค 4.0 คือเราต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร บางทีสิ่งที่ต้องกลัวที่สุด อาจไม่ใช่กลัวว่าจะผิดพลาดหรือล้มเหลว แต่ต้องกลัวที่จะตกเทรนด์ และกลัวที่จะตามตลาดไม่ทัน เมื่อไรก็ที่ตามเราสามารถเปลี่ยน Mindset ของคนภายในองค์กรให้พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีก เมื่อนั้นองค์กรก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคง...

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 351 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณนุกูล อารีชน บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

ผลิตผลงานคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับรางวัล “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ” 9 ปีติดต่อกัน

คุณนุกูล อารีชน

ผู้อำนวยการบริหารงานขาย

บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

เก็บเป้าหมายแห่งความสำเร็จไว้ใกล้ตัว ทบทวนและบันทึกผลการทำงานลงไปทุกวันเพื่อเปรียบเทียบและประเมินผลกับเป้าหมายนั้น เพราะถือเป็นวิธีที่จะช่วยให้ทุกคนทำงานตามแนวทางได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้น ยังต้องหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความชำนาญ เฉกเช่น “คุณนุกูล อารีชน” ผู้อำนวยการบริหารงานขาย บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งมั่นปฏิบัติงานบนพื้นฐานของการขายอย่างถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต และให้บริการที่ถูกใจแก่ลูกค้ามายาวนานกว่า 34 ปี โดยรักษาอัตราความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้สามารถผลิตผลงานคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับรางวัล “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ” หรือ THAILAND NATIONAL QUALITY AWARDS: [TNQA]   อันดับ 1 ต่อเนื่องติดต่อกัน 9 ปีซ้อน

@ จุดเริ่มต้นสู้เส้นทางนักขาย

นุกูล อารีชน” เปิดเผยว่า จากพนักงานรัฐวิสาหกิจองค์การเหมืองแร่ในทะเล ช่วงปี 2526  มีรายได้เพียงไม่กี่พันบาท ทำให้ต้องมองหาอาชีพเสริมเพื่อจะมีรายได้เพิ่มขึ้น  จนกระทั่ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2526  ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้สมัครเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตของ บริษัท ไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด (ในขณะนั้น) ต่อมาในปี  2544 กลุ่มบริษัท เนชั่นไวด์  ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาถือหุ้นและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยประสิทธิเนชั่นไวด์ จำกัด   หลังจากนั้นในปี  2544 กลุ่มเนชั่นไวด์ เปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในต่างประเทศ จึงได้มีการปรับลดการลงทุนในทวีปเอเชีย รวมทั้งในประเทศไทย จึงได้ขายหุ้นทั้งหมดของบริษัท เนชั่นไวด์ประกันชีวิต จำกัด  ให้กับกลุ่มฟินันซ่า ในปี 2547  ภายใต้ชื่อ บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด และต่อมาในปี 2556  กลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล ประเทศสิงคโปร์  ได้เข้ามาร่วมทุน และถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ โดยเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต  จำกัด (มหาชน) จนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้ผมมีความมั่นใจในบริษัทและทีมผู้บริหารที่จะดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดไป

นุกุลเล่าว่า  ตนเองเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัวแทนต้องหยุดชะงักในการขายไปบ้าง ในบางช่วง จากการเปลี่ยนแปลงของบริษัทฯที่สังกัด  แต่สำหรับตนเองก็ไม่ได้เกิดปัญหาในการทำงานแต่อย่างใด เนื่องจากลูกค้าทุกคนให้ความเชื่อมั่นในตัวเรา ทำให้ลูกค้าเก่าซื้อซ้ำ และมีการแนะนำลูกค้าใหม่ต่อกันมา เป็นไปตาม          กลยุทธ์ของตนเอง คือ “ให้เขาอยากซื้อ ไม่ใช่เราอยากขาย” พร้อมกับมอบบริการหลังการขายอย่างดี รวมถึงต้องทบทวนเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ลูกค้าฟังบ่อยๆ เฉกเช่นสโลแกนในการทำงาน “ขายถูกต้อง บริการถูกใจ ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ”

@ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ [TNQA] ปีที่ 9

นุกูล อารีชน” กล่าวต่อว่า ในอดีตเคยมีทีมงานกว่า 100 คน ช่วงหลังจากการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทฯ ทำให้ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่  แต่ก็ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เพราะเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น จากการเริ่มต้นใหม่ในวันนั้น จนมาถึงปัจจุบันประมาณ 4 ปี ตนมีทีมงานใต้สังกัด ระดับผู้อำนวยการบริหารงานขาย 2 คน รวมทีมงานตัวแทนทั้งหมดประมาณ 30 คน  โดยมุ่งมั่นบริหารทีมให้ทุกคนตั้งเป้าพิชิตคุณวุฒิต่างๆ ของบริษัทฯ ให้ได้ อาทิ คุณวุฒิแรกที่ต้องทำให้ได้และคุณวุฒิอื่นๆ ก็จะตามมา คือ คุณวุฒิ ABCD ระดับ A คือไตรมาสละ 15 ราย เราต้องทำงานขายได้เดือนละ 5 ราย เป็นอย่างต่ำ ถ้าขายได้ 12-14 รายต่อไตรมาส ก็ตกลงไปเป็นระดับ B ก็ติดคุณวุฒิที่ 2 คือ คุณวุฒิ FOUR APP ต้องขายให้ได้ 4 รายต่อเดือน ถ้าเราขายได้เดือนละ 5 รายติดคุณวุฒิ ABCD ระดับ A และคุณวุฒิ FOUR APP ก็จะได้โดยอัตโนมัติ คุณวุฒิที่ 3 คือ คุณวุฒิตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ TNQA โดยจะต้องรักษาอัตราความยั่งยืน (Persistency)

ล่าสุด! รางวัลแห่งความสำเร็จที่ตนเองได้รับ คือ รางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ TNQA ปี 2560 พร้อมรับโล่เกียรติคุณ และเกียรติบัตรจากสมาคมประกันชีวิตไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 โดยในปีนี้สามารถผลิตผลงานคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับรางวัล “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ” หรือ THAILAND NATIONAL QUALITY AWARDS : [TNQA]  อันดับ 1 ต่อเนื่องติดต่อกัน 9 ปีซ้อน

รางวัลคุณวุฒิ ABCD ระดับ B ได้รับเกียรติบัตรในไตรมาส 1 มค.-มีค. 2560 รางวัล FOUR APP  4 เดือนติดต่อกัน (มค.-เมย. 2560) ได้รับเกียรติบัตร รางวัลคุณวุฒิท่องเที่ยว Mini Convention 2017 “มาเก๊า ลาสเวกัสแห่งโลกตะวันออก” ผลงานการแข่งขัน มค.- เมย.2560 เดินทาง 1-3 กรกฎาคม 2560 รางวัลทรงคุณค่า ธ.สถิตในดวงใจ รับรางวัลพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ทองคำ 99.9%  ผลงานการแข่งขันเดือน เมษายน 2560 เดือนเดียว รางวัลการเข้าร่วมงานสัมมนา Midyear Conference 2017 เป็นต้น

ทุกรางวัลที่ได้รับนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต สร้างกำลังใจให้ตนมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ยึดหลักจรรยาบรรณของตัวแทนประกันชีวิต ในการให้คำปรึกษา และดูแลลูกค้าอย่างเต็มความสามารถต่อไป เฉกเช่น รางวัล TNQA  ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศ ที่ผมภาคภูมิใจ นำมาซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีแก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

 @สะสมลูกค้ามากพอ เพื่อพิชิตเป้าหมายต่อเนื่อง

นุกูล อารีชน” เปิดเผยว่า สำหรับเป้าหมายระยะสั้น ในทุกๆ สัปดาห์ ต้องขายประกันชีวิตให้ได้ 1 ราย พบผู้มุ่งหวังหรือลูกค้าเก่าทุกวันๆละ 10 คน ตั้งไว้ขายได้เดือนละ 5 ราย ไตรมาสละ 15 ราย เพื่อพิชิตคุณวุฒิ ABCD ระดับ A และชวนคนให้เข้ามาเป็นตัวแทนพร้อมพัฒนาให้เขามีความรู้และสามารถนำความรู้ไปบอกต่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจเรื่องประกันชีวิตให้มากขึ้น และต้องการให้คนไทยทำประกันชีวิตให้มากถึง 100% ให้เหมือนประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ หรือหลายๆ ประเทศในโลก สำหรับเป้าหมายระยะยาว คือ ตนเองสะสมลูกค้าไว้ในมือให้มากพอ ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่จ่ายเบี้ยประกันถึงอายุ 85 ปี เนื่องจากอนุสัญญาค่ารักษาพยาบาล บริษัทฯ ให้ความคุ้มครองจนถึงอายุ 85 ปี แต่ตัวสัญญาหลักบางแบบจ่าย 15 ปี บางแบบ  20 ปี  เราก็ขายทุกวัน มีลูกค้าทุกเดือน ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ราย เนื่องจากทำคุณวุฒิ TNQA  อาชีพนี้ไม่มีวันเกษียณอายุ เราแค่รักษาสุขภาพของเราให้ดี เราก็สามารถทำงานนี้ได้ตลอดชีวิตเท่าที่เราสามารถมีกำลังทำได้

              สุดท้ายนี้ “นุกูล อารีชน” กล่าวว่า อย่าท้อแท้อย่าล้มเลิก ถ้าเราไม่หยุดกลางคันคำว่าล้มเหลวไม่มีแน่นอน จงไปหาผู้มุ่งหวังอย่างน้อยวันละ 2 คน และต้องปิดการขายให้ได้อาทิตย์ละ 1 คน แล้วเราก็จะประสบความสำเร็จได้ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จต้องทำเลอยู่ที่ขา ต้องออกไปหาผู้มุ่งหวัง สินค้าอยู่ที่ปาก ต้องเปิดปากที่จะบอกลูกค้าว่าเราทำอาชีพอะไร มาทำอะไร สต๊อกสินค้าอยู่ที่สมอง ต้องเรียนรู้ให้มาก ลูกค้าถามอะไรต้องตอบได้ ไม่ใช่ต้องโทร.ถามหัวหน้าตลอดเวลาทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในตัวเรา และที่สำคัญต้องคิดการใหญ่ ต้องตั้งเป้าหมายใหญ่ไม่ได้ 100% ตามเป้าหมายได้ 50% ก็ยังดี ตั้งเป้าหมายเทียมฟ้า ทำไม่ถึงหล่นลงมาที่ยอดเขาก็ยังดี ถ้าเราตั้งที่ยอดเขาหล่นมาอยู่ที่เชิงเขาไม่ได้อะไรเลย ต้องกล้าท้าทาย และเขียนคำท้าทายไว้ให้สาธารณะรับรู้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจและพันธสัญญาต้องกล้าฝันและเติมฝันให้เต็ม ความสำเร็จก็จะบังเกิดอย่างแน่นอน !!!

              (บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 351 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณราตรี อ่อนพันธุ์ บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

“โฟกัสที่เป้าหมาย มุ่งไปสู่ความสำเร็จ”

ราตรี อ่อนพันธุ์

CROWN PRESIDENT

บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

 “ทุกอาชีพล้วนมีอุปสรรคทั้งหมดไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร ในธุรกิจเครือข่ายก็มีอุปสรรคเช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปได้อย่างไร  เพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จได้ สำหรับงานเครือข่ายเพียงแค่คุณมีเป้าหมายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน

การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การโฟกัสไปสู่เป้าหมายแล้วไปให้ถึง จะไม่มีคำว่าไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ

 “ราตรี อ่อนพันธุ์” เป็นหนึ่งนักธุรกิจระดับ CROWN PRESIDENT บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด  เธอเปิดใจว่า  แม็กซ์อินเตอร์ฯ ใช้เคล็ดลับที่ไม่ลับเลย    เป็น “ธุรกิจง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้”

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมีความรู้หรือไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเครือข่าย    เมื่อคุณก้าวเข้ามาในธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ คุณจะสามารถสำเร็จได้ ถ้าคุณมีเป้าหมาย

คุณราตรี อ่อนพันธุ์  ท้าวความหลังก่อนที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายให้ฟังว่า    หลังจากศึกษาจบคณะนิเทศศาสตร์สาขาประชาสัมพันธ์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  ได้ก้าวเข้ามาทำธุรกิจเป็นครั้งแรกโดยก่อตั้งบริษัททัวร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจรับจัดการท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ  ในช่วงนั้นได้รู้จักและใช้ผลิตภัณฑ์ของธุรกิจขายตรงอยู่หลายบริษัท  เพราะเพื่อนๆขณะนั้นทำธุรกิจเครือข่าย  เคยมีเพื่อนชักชวนไปทำธุรกิจเครือข่าย แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจในตอนนั้น

หลังจากที่ได้ย้ายฐานบริษัททัวร์  ได้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์  เนื่องจากธุรกิจที่ทำอยู่มีปริมาณงานลดลงไป โดยมีไม่มากเหมือนเดิม  ทำให้ตอนนั้นจึงมองหาช่องทางเสริมรายได้ให้กับครอบครัว จึงได้ตัดสินใจเข้าทำธุรกิจเครือข่าย

เข้าสู่ขายตรงหารายได้เสริม

คุณราตรี เล่าว่า  ในตอนนั้นตัวเองประสบปัญหาในการทำธุรกิจทัวร์ จึงมองหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนชอบกินอาหารเสริมอยู่แล้ว และได้รู้จักกับนักธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯท่านหนึ่ง  ได้แนะนำให้ใช้สินค้า ตัวหนึ่ง   เมื่อได้ลองเข้าไปใช้สินค้าดู  ปรากฏว่า  เห็นผลเร็วมาก จึงเกิดความประทับใจในการใช้ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่นั้นมาจึงเข้าไปเรียนรู้การทำธุรกิจ  เริ่มจากการไปเรียนรู้ว่าธุรกิจเป็นแบบไหน ทำอย่างไร และมีแผนการตลาดแบบไหน บริษัทมีความเชื่อมั่นหรือไม่ หลังจากที่ศึกษาและเปรียบเทียบการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนของบริษัท   จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าแม็กซ์อินเตอร์ฯ สามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำรายได้ให้ครอบครัว

แม็กซ์ฯ ต่อยอดความสำเร็จ

            แม็กซ์อินเตอร์ฯ เป็นบริษัทเครือข่าย ที่มีการพัฒนาต่อยอดตลอดเวลา ทั้งระบบการฝึกอบรมสมาชิก ระบบการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เสมอ  อีกทั้งยังมีการสร้างแบรนด์สินค้า ระบบออนไลน์ 4.0 เพื่อก้าวสู่ยุคออนไลน์อย่างเต็มตัว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งที่สามารถทำให้นักธุรกิจนั้นทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

อุปสรรคในเครือข่าย

 “อุปสรรคเปรียบเสมือนขวากหนามไปสู่ความสำเร็จ คุณราตรี กล่าวว่า ทุกอาชีพล้วนมีอุปสรรคทั้งหมดไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร ในธุรกิจเครือข่ายก็มีอุปสรรคเช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปได้อย่างไร  เพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จได้ สำหรับงานเครือข่ายเพียงแค่คุณมีเป้าหมายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน ใจคุณต้องสู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ เมื่อคุณก้าวผ่านมันไปได้ก้าวต่อไปคือก้าวแห่งชัยชนะ  ที่นี่คือโอกาสสำหรับทุกๆ คนที่ก้าวเข้ามา เพียงคุณมีหัวใจเป็นนักสู้คุณก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งตัวเองก็ตั้งเป้าภายในปีนี้จะต้องขึ้นตำแหน่ง ECP ให้ได้ และอยากจะมีเงินเก็บสัก 10 ล้านบาทในปี 2560 แต่ทุกครั้งที่ประสบปัญหาหนักๆ แรงบันดาลใจที่ทำให้สู้มาจนถึงวันนี้คือครอบครัว เพราะครอบครัวคือแรงบันดาลใจยามเราท้อ เราสู้ต่อไปไม่ไหว เมื่อเราคิดถึงครอบครัวแล้ว ทำให้เรานั้นสามารถที่จะฮึดสู้กับปัญหาได้”คุณราตรี  กล่าวและว่า

หลักในการทำงาน       

สำหรับการทำงานของแม็กซ์อินเตอร์ฯที่คุณราตรีฝากทิ้งท้ายไว้กล่าวคือ เราจะเน้นความสามัคคีภายในกลุ่มเป็นหลัก ทำงานในรูปแบบเดียวกัน และการเคลื่อนสมาชิกเข้าสู่ระบบของบริษัท เพราะระบบสามารถที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ได้เรื่อยๆ และทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ ซึ่งปัจจัยความสำเร็จต้องขึ้นอยู่กับแนวคิดของแต่ละคนจะต้องชัดเจน การกำหนดเป้าหมายในการทำงาน  ต้องโฟกัสที่เป้าหมาย และต้องมีความซื่อสัตย์กับอาชีพที่เราทำด้วย

ฝากถึงนักธุรกิจ

 “ทั้งนี้การจะเลือกทำอะไรสักอย่าง  เราต้องมีความมั่นใจ การเข้ามาร่วมธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ สิ่งแรกที่เราได้คือ ความเชื่อมั่นในตัวของบริษัท แม็กซ์อินเตอร์มีการพัฒนาบริษัทอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่มีนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ เสมอ ถ้าคุณเข้าร่วมกับเราวันนี้ วันหน้าคุณจะประสบความสำเร็จแน่นอน”

 

อัญชุลี เคียงรัมย์ ตำแหน่ง VICE PRESIDENT

     เป็นครูมากว่า 25 ปี ก่อนนี้เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่เคยจับต้องได้ถึงผลตอบแทนกลับคืนมาในการทำธุรกิจ แต่เมื่อมาทำธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ฯ สามารถรับรายได้ ทำแล้วได้ผลตอบแทนจริง และสินค้าของแม็กซ์อินเตอร์ฯ ใช้แล้วเห็นผลจริง ตอนนี้ทำงานเครือข่ายแล้วมีความสุขเพราะสามารถที่จะแนะนำให้ผู้บริโภคได้ง่าย เพราะบริษัทสนับสนุนในการทำธุรกิจทุกด้าน  สำหรับสินค้าที่ขายได้ดีสุดคือสินค้าประเภทเสริมอาหาร ได้รับการตอบรับดีที่สุดในตอนนี้ในภาคอีสาน

 

สาคร สุขคุ้ม ตำแหน่ง SENIOR AGENT

    ตัวเองจบวิศวกร   เป็นคนที่ชอบจะทำในหลายอาชีพทั้งเปิดร้านขายเสื้อผ้า โรงเรียนสอนพิเศษ และเป็นคนที่ไม่ชอบธุรกิจเครือข่าย แต่ในช่วงนั้นธุรกิจอาหารเสริมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เลยมองหาธุรกิจที่จะลงทุน แต่การลงทุนก็มีความเสี่ยงและใช้เงินในการลงทุนเยอะ จึงได้มารู้จักกับธุรกิจแม็กซ์อินเตอร์ จึงได้ตัดสินใจลงทุน แต่ตอนที่ลงทุนกับการทำธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ ก็ไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ผลที่ออกมาเกินคาดมากทำธุรกิจเพียงเดือนเดียวรับรายได้เดือนแรกกว่า 6 หมื่นบาท สิ่งที่ประสบความสำเร็จเพราะทุกคนมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวของผู้นำ จึงทำให้วันนี้เรามองถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

 

พิกุล ร่วมจิตร ตำแหน่ง AGENT

                   การทำธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ เป็นการขายผลิตผลของผลิตภัณฑ์ เพราะเราใช้สินค้าแล้วมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้คนรอบข้างสามารถมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเราได้ ก็สามารถที่จะแนะนำสินค้าได้ง่าย ตอนนี้เรากำลังเน้นการทำในระบบออนไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรายได้เสริม เราจะเจาะกลุ่มออนไลน์นี้เป็นหลักเพราะบริษัทมีระบบออนไลน์ในการทำเครือข่ายรองรับอยู่แล้ว เพียงแค่เราไปหยิบเครื่องมือที่บริษัทเตรียมไว้ให้มาใช้ให้เป็นเท่านั้นเอง ก็จะสามารถมีรายได้เสริมจะมากจะน้อยนั้นขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นสิ่งสำคัญ 

                   (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 351 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณชัยวัฒน์ ขวัญดี บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

อาชีพครูมั่นคง อาชีพขายตรงมั่งคั่ง

คุณชัยวัฒน์ ขวัญดี

CROWN PRESIDENT

บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

กับคำกล่าวที่ว่า เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้าเป็นอีกหนึ่งคำกล่าวขานสำหรับอาชีพครู แม่พิมพ์ของชาติ ถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติให้แก่วงศ์ตระกูล เป็นผู้คอยชี้แนะแนวให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า แต่อาชีพครูมีแต่ความมั่นคง แต่ไม่มั่งคั่ง เพราะรายได้ครูนั้นแทบจะน้อยมาก เรียกได้ว่าถ้ามีสวัสดิการให้กู้ ก็ต้องกู้ ภาระค่าใช้จ่ายไม่สมดุลกับเงินเดือน ในเมื่อรายจ่ายมากกว่ารายรับ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คุณชัยวัฒน์ ขวัญดี ต้องหันมาหาอาชีพเสริม เพื่อเป็นรายได้จุนเจือครอบครัว นั่นก็คือธุรกิจเครือข่ายนั่นเอง จนในที่สุดในวันนี้คุณชัยวัฒน์ได้ประสบความสำเร็จบนธุรกิจนี้ กระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CROWN PRESIDENT บริษัท แม็กซ์ อินเตอร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด

@เริ่มเข้าสู่งานเครือข่าย@

คุณชัยวัฒน์ ท้าวความหลังให้ฟังว่า ในสมัยนั้นได้ เริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่าย เพราะต้องการรายได้เสริมเพื่อมาจุนเจือครอบครัว เพราะอาชีพครูนั้นไม่สามารถจะสร้างความมั่งคั่งให้กับครอบครัวได้ ตอนแรกๆ ตนเองก็ทำงานเครือข่ายควบคู่กันไปกับอาชีพหลัก แต่พอหลังๆรายได้จากการทำเครือข่ายนั้นได้ขยับสูงขึ้น จนกระทั่งรายได้แซงเงินเดือนที่ได้รับจากอาชีพครู จึงทำให้ตัวเองจึงตัดสินใจได้ว่า ถ้าเราทำงานเครือข่ายอย่างจริงจัง น่าจะทำให้ชีวิตที่เป็นอยู่นั้นเปลี่ยนแปลงดีขึ้นได้ เพราะนอกเหนือจากในเรื่องของรายได้แล้ว ธุรกิจเครือข่ายยังแฝงไปด้วยความน่าปลื้มปีติยินดี นั่นก็คือการได้มีส่วนช่วยเหลือผู้คนทั้งทางด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

ผมผ่านงานเครือข่ายมานับหลายบริษัท ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง และไม่มีระบบรองรับการทำงานของนักธุรกิจ ผมได้พยายามค้นหาแล้วค้นหาเล่า ถึงธุรกิจเครือข่ายที่ทำแล้วยั่งยืน และมีสิ่งตอบสนองทุกด้านในการทำธุรกิจยุคใหม่ ตอนนั้นใช้ระยะเวลาในการเฝ้ามองธุรกิจแม็กซ์ อินเตอร์อยู่ประมาณ 3-4 เดือน จนในที่สุดได้พบว่า แม็กซ์อินเตอร์ฯ เป็นธุรกิจน้องใหม่ที่มาแรง ที่นี่จะมีระบบในการทำงานรองรับให้กับเราทั้งหมด เราแค่นำเอาคนมาเข้ามาสู่ระบบ ซึ่งเป็นการลดภาระของเรา ลดความเหนื่อยได้มาก ซึ่งผมเข้ามาร่วมงานกับแม็กซ์อินเตอร์ฯได้ 1 ปี 4เดือน ก็สามารถไต่อันดับขึ้นได้เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันคุณชัยวัฒน์ ย้อนภาพในอดีตนับแต่เริ่มก้าวเข้ามาทำงานกับธุรกิจเครือข่ายแห่งนี้

@การดูแลทีมงาน@

สำหรับการบริหารทีมงานในการทำเครือข่าย คุณชัยวัฒน์ เล่าว่า ผมมีการวางแผนในการทำงานก่อนเสมอ และมีการดำเนินงานตามแผน โดยใช้ระบบทำงาน แล้วก็มาดูผลลัพธ์ ถ้าดี เราก็ดำเนินการต่อ แต่ถ้าไม่ดี เราก็ปรับปรุงให้มันดี ผมจะดูความต้องการของคน ควบคู่กับการบริหารทางด้านจิตใจ เพราะการทำงานร่วมกับคนนั้นลำบาก ซึ่งผมนั้นโชคดีที่เคยเรียนด้านจิตวิทยากับมนุษย์มา จึงนำเอาข้อดีตรงนี้มาใช้ในการบริหารทีมงานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

@อุปสรรค@

คุณชัยวัฒน์ เปิดใจว่า การยึดอาชีพครูนั้น ปัญหาอุปสรรคสำคัญที่สุดก็คือ เงินเดือนไม่พอใช้ ส่วนการทำงานเครือข่ายอุปสรรคใหญ่คือ ระบบของปลอม(ขายตรงแฝงที่ทำให้ระบบเครือข่ายของจริงนั้นต้องแปดเปื้อนไปด้วย ซึ่งทำให้การทำอาชีพนี้ ทำธุรกิจยากขึ้นไปด้วย แต่สำหรับแม็กซ์อินเตอร์ฯ มีการรองรับและป้องกันในเรื่องนี้ด้วยการ ฝึกการอบรมให้กับพนักงานทุกคน ได้มีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ และมีบัตรประจำตัวให้ทุกคน เพื่อการันตีว่า เป็นนักธุรกิจตัวจริงของแม็กซ์อินเตอร์ฯ

@คติในการทำงาน@

คุณชัยวัฒน์ยึดคติที่ว่า คุณธรรม นำธุรกิจ โดยจะใช้คุณธรรมเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจ ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนการทำงานให้เกิดความมั่นคงของสมาชิก ภายในกลุ่มจะมีการพูดคุยปรึกษาหารือกันอยู่ตลอดเวลา โดยผ่านสื่อโซเชียลฯทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ หรือแม้กระทั่งการไลฟ์สดคุยกัน ซึ่งช่วยให้การทำงานนั้นง่ายกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแห่งการแบ่งปัน ทั้งในเรื่องของรายได้และสุขภาพ อย่ากลัวในสิ่งที่คุณยังไม่รู้จริง ต้องลองเข้ามาศึกษาดูก่อน ว่าธุรกิจเครือข่ายขายตรงเป็นอย่างไร มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเปลี่ยนชีวิตของตัวคุณเองและครอบครัวได้เลย” นี่เป็นสิ่งที่คุณชัยวัฒน์ได้ฝากย้ำเอาไว้ให้เป็นแง่คิดทิ้งท้าย

………………………………………………..

ระบบ G-power by THE  ULTIMATE

ขับเคลื่อนทีมงานสู่ความสำเร็จ”

พลับพลึง ขวัญดีตำแหน่ง ROYAL MAIN AGENT

 

            “ในการทำงานของเราเน้นการนำคนเข้าสู่ระบบการทำงาน “G POWER” เมื่อมีคนใหม่เข้ามาก็ส่งเข้าสู่ระบบการทำงาน G Power เป็นระบบที่อิงมาจากระบบของบริษัท แต่คนใหม่ๆ ของทีม "THE ULTIMATE" เราจะต้องผ่านระบบ G Power ไปก่อนที่จะเข้าสู่ระบบของบริษัท”

………………………………………………..

แม็กซ์อินเตอร์ฯ เครือข่ายที่แตกต่าง

จิรณัฎฐ์ อภิสินธนะเดชตำแหน่ง AGENT

เราคือคนเครือข่าย เข้ามาสู่ธุรกิจนี้มาแล้วกว่า 10 ปี ตอนที่ตัดสินใจเข้ามาร่วมกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ เป็นปีที่ 2 เพราะเป็นเครือข่ายที่เหมือนกับเครือข่ายทั่วไป ทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิ่งที่แตกต่างจากธุรกิจเครือข่ายอื่นคือ แม็กซ์อินเตอร์ฯ มีสินค้าที่หลากหลายมีคุณภาพดี มีแผนการตลาดจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่าและจ่ายได้จริง

………………………………………………..

จ่ายเร็ว จ่ายจริง จ่ายเยอะ

ดวงสมร ฉิมปานตำแหน่ง  AGENT

จากที่เคยประกอบอาชีพรับราชการมา กอปรกับการทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วย มองว่าการทำอาชีพเครือข่ายเป็นอาชีพที่มีอิสระ แม็กซ์อินเตอร์ฯ มีจุดเด่นที่สินค้า สินค้ามันสามารถที่จะขายตัวมันเองได้ และมองว่าธุรกิจของแม็กซ์อินเตอร์ฯ มีการจ่ายผลตอบแทนเร็ว จ่ายจริง และจ่ายเยอะ แต่อุปสรรคก็คือการทำเครือข่ายในต่างจังหวัดจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าคนในเมือง เพราะคนต่างจังหวัดส่วนมากมองธุรกิจเครือข่ายว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่เราก็ทำให้เขาได้เห็น ทำให้สามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ได้จากการทำธุรกิจเครือข่าย

………………………………………………..

แม็กซ์อินเตอร์ฯ เปลี่ยนแปลงชีวิต

 “กาญดาพร วงษ์ถมตำแหน่ง MD

เราเน้นการจัดประชุมทีมงานทุกๆ สัปดาห์ สินค้าของเราเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน สมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้ามาเดือนประมาณ20 คน ล้วนแต่ได้ทดลองใช้สินค้าแล้วเห็นผล จึงสมัครเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา การซับพอร์ตการสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกและรวดเร็ว บริษัทมีแอพพลิเคชั่นรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ในการทำธุรกิจ และระบบการแจงคะแนนแบบเรียลไทม์ ซึ่งสมาชิกสามารถเช็คคะแนนได้ตลอดเวลา ถ้าวันนี้คุณตัดสินใจเข้ามาร่วมธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ เราสามารถช่วยคุณได้จริง แต่ถ้าคุณไม่รู้ เพียงแค่คุณไปหาคนที่รู้ แล้วคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณและครอบครัวได้

………………………………………………..

ขายตรง เป็นอาชีพที่สวยงาม

 “ดารณี เทพประสิทธิ์ตำแหน่ง AGENT

            “เราเน้นการจัดประชุมทีมงานทุกๆ สัปดาห์ สินค้าของเราเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน สมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้ามาเดือนประมาณ 20 คน ล้วนแต่ได้ทดลองใช้สินค้าแล้วเห็นผล จึงสมัครเข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา การซับพอร์ตการสั่งซื้อสินค้าที่สะดวกและรวดเร็ว บริษัทมีแอพพลิเคชั่นรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ในการทำธุรกิจ และระบบการแจงคะแนนแบบเรียลไทม์ ซึ่งสมาชิกสามารถเช็คคะแนนได้ตลอดเวลา ถ้าวันนี้คุณตัดสินใจเข้ามาร่วมธุรกิจกับแม็กซ์อินเตอร์ฯ เราสามารถช่วยคุณได้จริง แต่ถ้าคุณไม่รู้ เพียงแค่คุณไปหาคนที่รู้ แล้วคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณและครอบครัวได้”

            (บทความธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 350 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณสุรเจษฏ์ ตฤษณาไวศย์ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 

เมื่อลูกค้าโตขึ้น ตัวแทนประกันชีวิตก็ย่อมเติบโตตามไปด้วย”

สุรเจษฏ์ ตฤษณาไวศย์

ผู้จัดการขาย ฝ่ายขายสะสมเงินเดือน 3

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 

คุณสุรเจษฎ์ ตฤษณาไวศย์ เริ่มต้นเป็นตัวแทนประกันชีวิตกับ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เมื่อ 20 ปีก่อน โดยความตั้งใจแรกเพียงทำเพื่อต้องการใบผ่านงานไปใช้สมัครงานอื่นเท่านั้น แต่ด้วยความตั้งใจมุ่งมัน ทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความสำเร็จเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ สามารถพิชิตทุกคุณวุฒิที่บริษัทฯตั้งไว้ และล่าสุดได้รับรางวัล ผู้จัดการขายคุณภาพ ฝ่ายขายสะสมเงินเดือน ผลิตผลงานยอดเยี่ยม จาก บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงเป็นอีกหนึ่งบุคคลตัวอย่าง ที่เส้นทางนักขายขอนำมาเป็นแบบอย่างของความสำเร็จและยั่งยืน

เริ่มต้นด้วยความไม่พร้อม

คุณสุรเจษฎ์ ตฤษณาไวศย์ หรือ เอก เป็นลูกคนเดียวของคุณแม่ คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่คุณเอกยังเล็ก การมาเริ่มต้นอาชีพตัวแทนประกันชีวิตเมื่อ 20 ปีก่อนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จึงเป็นเรื่องยากเพราะทางบ้านฝากความหวังไว้กับคุณเอกในการเป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงดูส่งเสียคุณเอกมาเพียงลำพัง เมื่อเริ่มต้นด้วยการที่ทางบ้านไม่เห็นด้วย ต้นทุนทางญาติพี่น้องในการเริ่มต้นการขายประกันฯจึงไม่มี เพื่อนๆ ก็ยังเรียนอยู่ ที่จบแล้วเริ่มหางานทำรายได้ก็ยังน้อย ไม่สามารถแบ่งเงินมาซื้อประกันชีวิตได้

การเริ่มต้นของคุณเอกคือการออกบูธขายประกันกับหัวหน้า ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ไม่มีใครออกบูธขายประกันมากนัก จึงเป็นโอกาสที่คุณเอกได้เริ่มต้นอาชีพ และสะสมประสบการณ์งานขาย กับคนแปลกหน้า โดยมีหัวหน้าเป็นพี่เลี้ยง ในการออกบูธของคุณเอก มีลูกค้าให้ความสนใจและซื้อกรมธรรม์เกือบทุกวัน แต่เป็นรายเล็กๆ จ่ายรายเดือนเพียง 500 – 800 บาท ด้วยการทำงานที่ต่อเนื่อง สร้างสมประสบการณ์ในการขายจนพัฒนาให้ลูกค้าซื้อมากขึ้น มีเบี้ยประกันต่อกรมธรรม์ที่สูงขึ้น

บริบทแห่งความสำเร็จ

ความสำเร็จในอาชีพตัวแทนเริ่มเพิ่มมากขึ้น มีรายได้สามารถเลี้ยวตัวเอง ติดคุณวุฒิท่องเที่ยวต่างประเทศของบริษัท สามารถเก็บเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำให้ทางบ้านค่อยๆให้การยอมรับในอาชีพตัวแทนประกันชีวิตของคุณเอก เมื่อมีประสบการณ์ มีลูกค้าจากการออกบูธเป็นทุนต่อยอดการขายไปยังลูกรายใหม่ๆ ซึ่งเกิดจากลูกค้าเดิมที่คุณเอกขายและให้บริการเป็นอย่างดี จนเกิดความไว้ใจและชื่นชอบในอัธยาศัยของคุณเอก

พิชิตคุณวุฒิระดับโลก

คุณวุฒิ MDRT เป็นคุณวุฒิที่ตัวแทนทุกคนต่างอยากจะพิชิต คุณเอกก็เช่นกัน ในตอนเริ่มต้นอาชีพตัวแทนประกันชีวิต MDRT เป็นคุณวุฒิที่คุณเอกรู้สึกว่ายากมาก และไกลเกินจะคว้ามาได้ จนมาวันที่คุณเอกได้ไปร่วมออกบูธในงานมันนี่เอ็กซ์โป วันนั้นเป็นวันที่คุณเอกไม่สามารถขายประกันได้เลย จนกระทั้งช่วงค่ำ มีลูกค้ามาแลกคะแนน เมืองไทย Smile Club คุณเอกดูแลให้บริการไปตามปกติ เมื่อลูกค้าท่านนั้นแลกคะแนนเรียบร้อย จึงถามคุณเอกถึงสินค้าที่พึ่งออกใหม่เพื่อขอซื้อ 1 ล้านบาท คุณเอกไม่มั่นใจว่าลูกค้าท่านนั้นจะซื้อจริง จึงเชิญลูกค้ามาฟังข้อมูลสินค้าต่อในบูธ เมื่อคุณเอกให้ข้อมูลสินค้าจนจบลูกค้าท่านนั้นก็ตัดสินใจซื้อในจำนวนเงิน 1 ล้านบาท และขอซื้อให้น้องสาวด้วยอีก 1 ล้านบาท ทำให้ในวันนั้น คุณเอกมียอดขายถึง 2 ล้านบาท ด้วยการสนับสนุนของลูกค้าในวันนั้น คุณเอกจึงสามารถพิชิตคุณวุฒิ MDRT ได้ และเดินทางไปร่วมสัมนา MDRT ระดับโลกที่ แอตแลนตา-สหรัฐอเมริกา

คุณเอกให้คำนิยามของ MDRT เป็นเหมือนโอลิมปิกของคนขายประกันฯ แต่เราไม่ได้เพื่อไปแข่งขันกับใคร เราไปเพื่อฟังวิชาการจากวิทยากรระดับโลก เพื่อกลับมาพัฒนาทักษะและอาชีพต่อไป คุณเอกคิดเสมอว่าตนเองยังไม่ใช่คนเก่งหรืออยู่เหนือใคร เพราะการคิดแบบนั้นทำให้ตัวเองหยุดพัฒนา ด้วยความคิดแบบนี้เองทำให้คุณเอกสามารถพัฒนาตนเองพิชิตทุกเป้าหมายที่บริษัทได้ตั้งไว้

ลูกค้ารายใหญ่

คุณเอกให้แง่คิดถึงการขายลูกค้ารายใหญ่ หรือลูกค้าที่ซื้อเบี้ยประกันเป็นหลักล้านบาทขึ้นไปว่า อยู่ที่การบริการและสายสัมพันธ์ ลูกค้ารายย่อยในวันนี้ที่เราไปขาย ในวันข้างหน้าเขาเติมโตขึ้น จากพนักงานก้าวไปเป็นผู้บริหาร จากลูกจ้างออกมาเป็นเจ้าของกิจการ เมื่อลูกค้าโตขึ้นตัวแทนประกันชีวิตก็ย่อมโตตามไปด้วย คุณเอกใส่ใจกับลูกค้าทุกราย หมั่นแวะเยี่ยมเยียนทักทาย ทุกครั้งที่ได้ไปพบลูกค้านอกจากทักทายปกติ เรายังมีโอกาสได้รับข้อมูลของลูกค้าเพิ่มได้ทราบความต้องการต่างๆ และนำมาเป็นข้อมูลในการนำเสนอแบบประกันเพิ่มเติม ที่เหมาะกับลูกค้าในช่วงนั้นๆ เมื่อยามเจ็บป่วย ช่วยดูแลการเคลมสินไหมคอยอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงาน หรือแม้กระทั่งจำวันสำคัญต่างๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

เมืองไทย Smile Club ของเมืองไทยประกันชีวิต เป็นส่วนช่วยในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า มีกิจกรรมให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม สามารถนำคะแนนที่ได้จากการชำระเบี้ยประกันชีวิต มาแลกของสมนาคุณจากร้านที่มีชื่อเสียงมากมาย หรือจะเป็นการท่องเที่ยงทั้งในและต่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ตัวแทนขยายตลาดได้เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าประทับใจในบริการ และเกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่ดีกับตัวแทนประกันชีวิต

ตัวแทนฯต้องปรับตัวอย่างไร

ตัวแทนต้องรู้ร้อบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการเงิน เศรษฐกิจ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เพราะทุกปัยจัยส่งผลกระทบต่อลูกค้าไม่มากก็น้อย คุณเอกยังฝากทิ้งท้ายถึงลูกค้าและผู้ที่ต้องการเข้ามาเป็นตัวแทนประกันชีวิต ว่า “ขณะนี้เมืองไทยประกันชีวิต ภายใต้การนำของ คุณสาระ ล่ำซำ มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการออม แบบประกันชีวิตต่างๆ และในส่วนของตัวแทนฯ เมืองไทยประกันชีวิต มีระบบการฝึกอบรม ที่จะทำให้ท่านได้บรรลุเป้าหมายและถึงฝั่งฝันได้”

คุณสุรเจษฎ์ ตฤษณาไวศย์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการยืนหยัดทำอย่างต่อเนื่อง แม้เริ่มต้นด้วยแรงต้านจากทางบ้าน และต้นทุนทางสังคมที่ไม่ดีนัก ด้วยความมุ่งมันทุ่มเท เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ใฝ่หาความรู้  จนทำให้ในวันนี้เป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการขายส่วนตัว และช่วยให้น้องๆ ทีมงานได้ก้าวตามความสำเร็จ คว้าฝันที่เคยได้แค่ฝัน มาครอบครองได้ ผู้อ่านเองก็เช่นกัน หาแบบอย่างเรียบรู้และทำตาม ไม่นานคุณเองก็จะประสบความสำเร็จ และเป็นแม่แบบที่ดีให้เพื่อนร่วมอาชีพรุ่นต่อๆ ไป

(บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 350 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณถิราภรณ์ เพชราภินันท์ - คุณเฉลิม หวังบริรักษ์กุล บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์ การเรียนรู้ธุรกิจถือเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราจะมีวิธีสอนคนอื่นอย่างไรให้เขาทำงานเป็น เมื่อเราสามารถที่จะสอนให้คนอื่นทำงานเป็นแล้ว เราก็จะได้ความมั่นคงจากการที่มีองค์กรที่มีความแข็งแกร่ง

กลายเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งสำคัญ กับการก้าวไปสู่อิสรภาพที่มั่นคงในการใช้ชีวิตกับธุรกิจเครือข่าย คุณถิราภรณ์ เพชราภินันท์ - คุณเฉลิม หวังบริรักษ์กุล นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชร บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทั้งคู่ฟันฝ่าอุปสรรคในธุรกิจแอมเวย์มายาวนานกว่า 20 ปี แต่ก็ไม่เคยคิดจะย่อท้อต่ออุปสรรคที่ขวางหน้า เพราะเล็งเห็นถึงความสำเร็จในอนาคตของธุรกิจนี้ที่จะสามารถตอบแทนการใช้ชีวิตที่มีอิสระ และในปีนี้ทั้งคู่ได้รับคัดเลือกจากบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรตินักธุรกิจขายตรงดีเด่นที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและมีจริยธรรมที่ดี ในงาน “TDSA AWARD 2017” ของสมาคมการขายตรงไทย (TDSA)

@ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจ “แอมเวย์”

ทั้งคู่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคุณเฉลิมจบสาขาคณิตศาสตร์ ส่วนคุณถิราภรณ์จบทางด้านสื่อสารมวลชน หลังจากที่ทั้งคู่จบการศึกษาก็เริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานบริษัทตามสายงานที่ตัวเองจบมา คุณถิราภรณ์ทำงานในด้านสื่อโฆษณาให้กับธนาคารเอกชนขนาดใหญ่ ส่วนคุณเฉลิมทำงานที่ธนาคารเดียวกันในด้านการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคาร ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี กับบทบาทพนักงานประจำก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อมองหาอิสรภาพในการใช้ชีวิตให้ได้อย่างแท้จริง

คุณเฉลิม ยังจดจำภาพและความรู้สึกในอดีตวันนั้นอย่างฝังใจว่า “ระหว่างที่ทำงานกับธนาคารรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ผม ก็เลยหวนกลับไปใช้ชีวิตกลางแจ้งในปี 2520 ซึ่งตัวเองนั้นชอบที่จะท่องเที่ยว ในเชิงธรรมชาติ    บุกป่าฝ่าดงอยู่เป็นประจำ ในช่วงนั้นเป็นคนที่ชอบการถ่ายรูปด้วยเลยได้โอกาสเขียนหนังสือ และในช่วงที่ทำงานธนาคารมีโอกาสได้เขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในนิตยสารท่องเที่ยวอยู่ประมาณ 10 ปี การได้เขียนหนังสือทำให้รู้สึกว่ามันมีอะไรน่าสนใจ จึงตัดสินใจลาออกในปี 2529 เพื่อมาหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทโฆษณาเล็กๆ โดยเพื่อนเป็นครีเอทีฟ (Creative) เป็นบริษัทที่มียอดขายไม่ได้มากมายนัก แต่ทำงานครบวงจร รวมถึงการทำส่งเสริมการตลาดแบบไม่ใช้สื่อ (Below the Line) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งในอดีตนั้นหนึ่งในบริษัทที่เคยเป็นลูกค้าเราก็คือแอมเวย์”

@สวมบทเถ้าแก่เปิดบริษัทโฆษณาร่วม 10 ปี

หลังจากที่ลาออกจากงานประจำ ก็หันมาประกอบอาชีพเปิดบริษัทโฆษณาในปี 2529 ได้เป็นเจ้านายตัวเองประมาณ 10 ปี หลังจากนั้นคุณเฉลิมก็คิดที่จะวางแผนเกษียณ เพราะถือว่าตอนนั้นมีฐานะแล้วในระดับหนึ่ง สามารถมีอะไรที่อยากมี ก็หาซื้อมาได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ หรือเงินออม รวมทั้งที่ดิน ซึ่งเริ่มต้นจากศูนย์ จากคนที่ไม่เคยมีอะไรเลย หากแต่มีเพียงต้นทุนในการร่วมเปิดบริษัทกับเพื่อนด้วยเงินเพียง 4 หมื่นบาทเท่านั้น

ผมคิดจะเกษียณหลังจากเริ่มทำงานได้ 5 - 6 ปี ช่วงนั้นเศรษฐกิจรุ่งมาก ทำให้พอมีเงินออม ซึ่งตอนนั้นผมมาจาก 2 คน มือเปล่า ไม่มีต้นทุนอะไรเลย มีแค่ทุน 4 หมื่นบาท หลังจากที่ทำธุรกิจมาสักระยะ ก็มีเงินออม มีบ้าน 2 หลัง มีรถยนต์ที่อยากได้ ผมก็มีความรู้สึกว่าพอแล้ว จึงคิดที่จะเกษียณ แต่บังเอิญระหว่างนั้นได้รับการติดต่อจากเพื่อนเก่า ซึ่งเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณอรอนงค์ ศิริรังคมานนท์ เธอทำธุรกิจแอมเวย์ควบคู่กับการเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมชื่อดังในขณะนั้น ผมก็ได้รับการแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจแอมเวย์ แต่ในตอนนั้นยังไม่ความสนใจเพราะบริษัทของตัวเองนั้นสามารถหารายได้ในระยะยาวอยู่แล้ว”

@จากจุดเริ่มวางแผนเกษียณอายุทำงาน

คุณเฉลิม นึกย้อนความหลังกลับไปว่าหลังจากตนเองกับภรรยาได้เปิดบริษัทโฆษณาประมาณ 5 ปี มีฐานะค่อนข้างมั่นคง เลยกลับไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ไว้เพื่อการเพาะปลูก และในปี 2535 ก็หันกลับไปทำนาที่เชียงใหม่ ประกอบกับในขณะนั้นพี่สาวของคุณถิราภรณ์ป่วย เลยค้นพบว่า อาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันมีสารพิษตกค้างทั้งนั้น จึงมีความคิดเรื่องการปลูกข้าวปลอดสารพิษ เพราะทุกคนต้องรับประทานข้าว

            “เราจึงเริ่มทำการเรียนรู้ ไปพบผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญหลายคน เพื่อจะหาข้อมูลวิธีทำนาข้าวปลอดสารพิษ โดยที่ไม่พึ่งพาสารเคมี จากนั้นก็เริ่มลงมือทำนาปลอดสารพิษตั้งแต่ปี 2536 และวางแผนเกษียณตอนอายุ 45 ปี โดยใช้ชีวิตตามที่ใจเราต้องการ เพราะในตอนนั้นมีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว”

@ต้มยำกุ้งทำพิษ

คุณเฉลิม ลำดับความให้ฟังว่า ในช่วงปี 2540 ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือต้มยำกุ้ง ทำให้ต้องกลับไปเป็นหนี้ใหม่อีกรอบ ตอนนั้นแผนงานทุกอย่างที่วางแผนไว้กลับไม่ใช่อย่างที่คิด ในปีนั้นคุณอรอนงค์ก็เข้ามาและเล่าแผนธุรกิจเกี่ยวกับ “แอมเวย์” ให้ผมฟังอีกครั้ง ทำให้เรามองว่าไม่ใช่แค่ได้เงินเท่านั้น แต่ธุรกิจแอมเวย์ยังให้ความมั่นคงเมื่อสร้างความสำเร็จถึงระดับหนึ่งอีกด้วย และเราเป็นเหมือนหุ้นส่วนของบริษัทอยู่ตลอดเวลา จึงคิดว่าเราน่าจะมีธุรกิจที่สามารถรองรับชีวิตหลังเกษียณได้แน่นอน ทำให้ตัวเองตัดสินใจเริ่มเข้าสู่ธุรกิจแอมเวย์ในปี 2541 โดยเริ่มจากการเข้ามาเรียนรู้ธุรกิจว่าแอมเวย์คืออะไร และทำงานกันแบบไหน

@สัมผัสธุรกิจ “แอมเวย์”

คุณเฉลิม  เท้าความหลังอดีตให้ฟังว่า เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับธุรกิจแอมเวย์อย่างจริงจัง มีความตื่นเต้นอย่างแรกคือเรื่องของสินค้า แต่ก่อนเคยทำงานด้านโฆษณาเกี่ยวกับสินค้ามา 10 ปี ต้องไปศึกษาเรียนรู้กับสินค้าทุกอย่างเพื่อเอาข้อดีของสินค้ามาลงในสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลจากสื่อเพียงแค่ทางเดียว แต่พอมาทำธุรกิจแอมเวย์จะต้องไปสาธิตสินค้าจริงต่อหน้าผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิ์โต้แย้งได้ทันที ถ้าสินค้าไม่ดีผู้สาธิตก็ไม่มีสิทธิ์ตอบข้อโต้แย้งได้เลย แต่ด้วยคุณภาพสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกรณี ทำให้นักธุรกิจทุกคนมีความเชื่อมั่นมากในการบอกเล่าถึงคุณภาพของสินค้า

เมื่อมีสินค้าที่ดี ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ เราต้องมาศึกษาว่าเราจะทำธุรกิจยังไง ขยายตลาดอย่างไร บริษัทมีวิธีคิดอย่างไร ในฐานะนักการตลาดในสมัยนั้น ถ้าเราทำสินค้าตัวหนึ่ง เราต้องพึ่งผู้มีประสบการณ์ และมั่นใจว่าเค้าจะนำสินค้าไปในทิศทางช่องทางการตลาดนี้ได้ แต่แตกต่างจากความคิดของริชและเจย์ สองผู้สถาปนาแอมเวย์ เขาเป็นคนที่พิเศษมากกล่าวคือ เขาผลิตสินค้าคุณภาพระดับนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งช่องทางการตลาดแบบเดิมๆ เลย ให้โอกาสแก่ใครก็ได้เป็นผู้จำหน่าย”

@การบริหารทีมงาน

คุณเฉลิม เชื่อมั่นว่าในการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจแอมเวย์ การเรียนรู้ธุรกิจถือเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราจะมีวิธีการสอนคนอื่นอย่างไรให้เขาทำงานเป็น เมื่อเราสามารถที่จะสอนให้คนอื่นทำงานเป็นแล้ว เราก็จะเกิดความมั่นคงจากการที่มีองค์กรที่แข็งแกร่ง ในการจะบริหารทีมงานในการทำเครือข่ายนั้น จะมีความแตกต่างจากการทำธุรกิจส่วนตัวในรูปแบบบริษัท เราจะใช้หลัก 2C (Command & Control) ในการบริหารจัดการ โดยใช้คำสั่งและการควบคุมเป็นหลัก แต่ในการทำรูปแบบเครือข่ายเราจะใช้หลัก 2I (Inspire & Influence) คือการสร้างแรงบันดาลใจและการสร้างแรงจูงใจ การทำธุรกิจแอมเวย์ต้องมีความรู้สึกจากใจในการทำงานจริงๆ ต้องมีความเชื่อมั่น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากธุรกิจแอมเวย์

@อุปสรรคในการทำธุรกิจ

คุณเฉลิม เล่าว่า การทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่เป็นของคู่กันคือ การถูกปฏิเสธ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคหลักในการทำธุรกิจ เปรียบเสมือนเวลาที่เราเดินไปบนท้องถนน ถามว่าคนรู้จักธุรกิจแอมเวย์ไหม คนส่วนใหญ่จะรู้จักแอมเวย์ ถามว่าสินค้าแอมเวย์ดีไหม เชื่อว่า 70 - 80% จะตอบว่าสินค้ามีคุณภาพ แต่ถามว่ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจกับเราไหม อัตราการยอมรับถือว่าต่ำมาก เพราะคนส่วนใหญ่มองถึงภาพพจน์เดิมๆ ของธุรกิจที่จะต้องไปง้อคน หรือตามตื้อให้คนซื้อ หรือแม้แต่การใช้กระบวนการแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง ถ้าทุกคนเปิดใจให้โอกาสตัวเอง แล้วมาฟังแนวคิดในการทำธุรกิจแอมเวย์จริงๆ ทบทวนด้วยความคิดที่ใช้ทั้งเหตุและผล เขาจะเห็นว่าธุรกิจนี้น่าสนใจที่จะเข้าร่วมมากแค่ไหน

@ฝากข้อคิดทิ้งท้าย

ในขณะที่คุณถิราภรณ์ กล่าวว่า สำหรับคนที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย ควรเลือกคู่ค้าที่เป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง มีความมั่นคง ไม่ควรเลือกบริษัทอะไรก็ได้ ซึ่งให้เงินหรือรายได้เยอะๆ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะกลายเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้ โดยเข้าไปศึกษาแผนการตลาด หรือศึกษาทีมงานที่จะเข้าไปร่วม เหมือน

แอมเวย์ให้โอกาสทุกคนสร้างทีมของตัวเอง เป็นทีมที่มีคุณธรรม มีระบบ มีความสำเร็จยาวนาน ทีมที่มีภาวะความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรมในการทำธุรกิจ

และคุณเฉลิม ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า “ผมคิดว่าคนที่คิดจะเข้ามาธุรกิจเครือข่าย คุณต้องมีความฝันของคุณเอง และตอบตัวคุณเองว่าธุรกิจเดิมๆ สามารถให้ในสิ่งที่คุณต้องการได้ไหม ถ้าให้ได้คุณพ้นพันธนาการกับงานเดิมๆ ได้ไหม เช่น คุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณคิดว่าคุณจะพ้นกับพันธนาการเรื่องทุน เรื่องหนี้ เรื่องการขยายตัว การเติบโต ได้ไหม ถ้าพ้นได้คุณเลือกทำเลย คุณต้องคิดให้ได้ว่าการเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายคือการเปิดโอกาสความสำเร็จและสามารถตอบโจทย์ความฝันของคุณได้หรือเปล่า เพียงคุณทุ่มเทและใช้เวลา 3 - 5 ปีในการศึกษา เรียนรู้ และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้และการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว นั่นคือความสำเร็จจากการทำธุรกิจเครือข่าย”

             (บทสัมภาษณ์ธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 349 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2560)

บทสัมภาษณ์ : คุณศิรวดี วิไลศิลป์ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

เรียนรู้…เพื่อรู้จริง

พร้อมส่งมอบบริการอย่างมีคุณภาพ

การแบ่งปันความรู้แก่เพื่อนร่วมอาชีพและคนรอบตัวแบบไม่หวังผลตอบแทนจะทำให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเดิม เฉกเช่น “คุณศิรวดี วิไลศิลป์” ผู้จัดการขาย (A+) ฝ่ายขายสะสมเงินเดือน 10 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับตัวแทนรุ่นน้องและผู้ที่รักงานประกันชีวิต เนื่องจากในอดีตเป็นเพียงแต่ผู้รับทำให้ปัจจุบันได้กลายมาเป็นผู้ให้ และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านี่แหละสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จอย่างแท้จริง!

@ จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางนักขาย

“ศิรวดี วิไลศิลป์” เปิดเผยว่า จากพนักงานบริษัทเอกชนเกี่ยวกับการส่งออก-นำเข้า เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด เขตภาคใต้ และขณะเดียวกันก็ประกอบธุรกิจส่วนตัวในการทำร้านอาหาร ซึ่งตอนนั้นมีประสบการณ์การเป็นลูกค้าของตัวแทนประกันชีวิตโดยการซื้อแบบไม่เข้าใจและไม่รู้ข้อมูลฟังแล้วรู้สึกว่ามันดีจึงตัดสินใจซื้อ

กระทั่งวันหนึ่ง หลังจากที่เป็นลูกค้าแล้วประสบปัญหา เนื่องจากซื้อประกันชีวิตให้คุณพ่อไว้ ก่อนซื้อตัวแทนประกันชีวิตบอกว่าสามารถคุ้มครองได้ทุกกรณี ทุกโรค แต่ผลสุดท้ายคุณพ่อป่วยหนักต้องส่งตัวมายังโรงพยาบาล และต้องนอนพักรักษาตัวอยู่หลายวันรวมค่าใช้จ่ายต่อเดือนเป็นแสน กลับไม่สามารถเบิกอะไรได้เลย ซึ่งไม่ตรงกับที่ตัวแทนประกันชีวิตพูดแม้แต่น้อย

“ศิรวดี” กล่าวว่า เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจประกันชีวิตอย่างถ่องแท้ เนื่องจากยังมีความเชื่อว่า “การทำประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดี” ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และพยายามศึกษาหาข้อมูลจากทางอินเทอร์เน็ต ตัวแทนที่รู้จัก สอบถามผ่าน Call Center ของแต่ละบริษัทฯ เมื่อมีความเข้าใจในธุรกิจประกันชีวิตก็อยากที่จะถ่ายทอดและบอกต่อว่าประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ก่อนการตัดสินใจซื้อ ตัวเราเองจะต้องมีความเข้าใจทั้งข้อมูลและตัวสินค้า จึงจะไม่ผิดหวังเพราะหลายคนพูดกันว่า “ประกันชีวิตเป็นสินค้าที่น่ามหัศจรรย์”

“ศิรวดี” กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มหลงใหลในคุณค่าของประกันชีวิตจึงพบจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิตแบบที่ไม่มีใครต้องมาบังคับ และเป็นเหตุผลในการตัดสินใจลาออกจากงานประจำแบบไม่เสียดายทั้งรายได้และตำแหน่ง จวบจนปัจจุบันเป็นเวลาสิบกว่าปีที่อยู่ในธุรกิจประกันชีวิต ภายใต้สังกัด บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ต้องขอขอบคุณบริษัทและผู้บริหารที่ออกผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าและทุกความต้องการของคนไทย รวมทั้งช่วยพัฒนาตัวแทนทุกคนได้อย่างไม่สิ้นสุดภายใต้สโลแกน “บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย”

@ ประกันชีวิต สินค้าที่ทดแทนความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่!

แต่การทำงานในทุกสายอาชีพย่อมมีอุปสรรคเข้ามาเป็นบททดสอบอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาชีพตัวแทนประกันชีวิต จะต้องพบเจอกับร้อยคำปฏิเสธและสายตาที่ดูถูก เพราะคนไทยมักมองไม่เห็นคุณค่าของประกันชีวิตหากไม่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัว หลายครั้งที่รู้สึกท้อแท้และอยากจะเดินออกจากอาชีพ แต่ทุกครั้งก็จะพยายามคิดแต่เพียงว่า “อยากส่งต่อสิ่งดีดี และบอกเล่าให้ทุกคนรู้ถึงคุณค่าของประกันชีวิต”

“ศิรวดี” กล่าวต่อว่า เพราะหากวันใดวันหนึ่งชีวิตต้องพบเจอกับโรคร้ายหรือหากครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งสูญเสียเสาหลักไปก่อนวัยอันควร จะดีกว่าไหมถ้าถึงเวลานั้นมีประกันชีวิตที่เข้ามาช่วยในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นผลมาจากเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต จะดีกว่าไหมถ้ามีใครจากไปแล้วมีเงินก้อนไว้เป็นเงินสำรองเลี้ยงชีพ “ถ้าไม่ใช่อาชีพนักบุญอย่างตัวแทนประกันชีวิต” เพราะการทำประกันชีวิต คือการออมเงินจากก้อนเล็กๆ เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ในวันที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

ดังนั้น ประกันชีวิต คือ สินค้าชนิดเดียวที่สามารถซับน้ำตาและทดแทนสิ่งที่สูญเสียได้ เพราะความคิดเช่นนี้จึงสามารถขจัดความท้อแท้และอุปสรรคทั้งหมดลงได้

@ ใช้ความรัก ความจริงใจ ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ 

“ศิรวดี” กล่าวอีกว่า โดยดิฉันจะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สร้างความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงคุณค่าประกันชีวิต และที่สำคัญต้องศรัทธาในอาชีพและองค์กรเปรียบเป็นกลยุทธ์ง่าย ๆ ที่สร้างความสำเร็จให้นักขายมาอย่างยาวนาน และดิฉันยังนำวิธีการเหล่านี้ไปบริหารทีมงาน พร้อมทั้งให้ความรัก ความจริงใจ เคารพสิทธิ์ในการตัดสินใจร่วมกัน ทำให้ทุกคนในทีมเข้าใจว่าสิ่งที่ต้องทำนั่นคือ ความยิ่งใหญ่ที่จะกลายเป็นผลลัพธ์นำมาซึ่งรายได้ ความก้าวหน้า จึงจะทำให้ทุกคนมีความสุขและเต็มที่กับงาน

“ศิรวดี” กล่าวว่า และสิ่งที่ดิฉันพัฒนาทีมงานให้มีคุณภาพนั้นก็สามารถทำให้ผลิตผลงานติดคุณวุฒิ MDRT ได้สำเร็จ แน่นอนว่าเป้าหมายของการทำงานคือความมั่นคงในชีวิต ณ ปัจจุบันบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตได้วางตำแหน่งสูงสุดไว้ที่ผู้ช่วยกรรรมการผู้จัดการ ตัวเองและทีมงานได้ตั้งเป้าหมายอันสูงสุดนั้นไว้ว่าจะต้องไปถึงให้ได้อย่างแน่นอน

สำหรับสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้คงได้จากประสบการณ์ที่เกิดจากการเรียนรู้อยู่เสมอ รวมถึงการมีทีมงานคุณภาพ ลูกค้าทุกคนที่อยู่เคียงข้างและให้ความไว้วางใจตลอดมา สิ่งเหล่านี้ก็ได้ถูกถ่ายทอดความรู้ด้านวิชาชีพให้กับตัวแทนรุ่นน้อง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นอาจารย์สอนเทคนิคต่าง ๆ ให้กับรุ่นน้องและผู้ที่รักงานประกันชีวิต เพราะจากอดีตเป็นเพียงแต่ผู้รับ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นผู้ให้ นี่แหละสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จอย่างแท้จริง”

@ความพยามไม่เคยทำให้ใครพ่ายแพ้ ความท้อแท้ก็ไม่เคยทำให้ใครชนะ

สุดท้ายนี้ “ศิรวดี” กล่าวทิ้งท้ายว่า ความพยามไม่เคยทำให้ใครพ่ายแพ้…ความท้อแท้ก็ไม่เคยทำให้ใครชนะ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงพยายามทำงานในทุกสถานการณ์และมีทัศนคติบวกกับทุกคำปฏิเสธ โฟกัสมองเป้าหมายและเดินไปข้างหน้าเพื่อก้าวสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

สำหรับคนที่กำลังท้อแท้หรือกำลังรู้สึกหมดหวังในชีวิต ขอให้ลุกขึ้นยืนหลับตาแล้วให้ย้อนมองถึงวันที่คุณมีความสุข วันที่คุณดีใจที่สุดกับอาชีพนี้ ฟังเสียงปรบมือที่ทีมงานคุณร่วมแสดงความยินดีกับคุณ นึกถึงคำขอบคุณที่ลูกค้ามอบให้ นึกถึงสัญญาที่คุณมอบและรับปากลูกค้าไว้ และนึกถึงความก้าวหน้าที่รออยู่ แล้วค่อย ๆ ลืมตาแล้วก้าวเดินออกไปข้างหน้าพร้อมทิ้งทุกความรู้สึกแย่เมื่อคุณลืมตาออกมา และจงเชื่อมั่นว่า “ไม่มีใครมาลิขิตชีวิตเราได้…นอกจากตัวเราเอง”

(บทสัมภาษณ์ธุรกิจประกันภัย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 349 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2560)

Subscribe to this RSS feed
Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses