updated 12:00 AM ICT, Jan 24, 2018
Headlines:

สมาพันธ์ฯบุกร้องสผผ. ยื่น 6 มาตรการขจัดแชร์ลูกโซ่

สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่นำผู้เสียหายกว่า 100 ชีวิต เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอ 6 มาตรการการขจัดแชร์ลูกโซ่ให้หมดไปจากสังคมไทย ประสานความร่วมมือหน่วยราชการทุกจังหวัดเดินหน้าให้ความรู้ประชาชนทั่วประเทศ

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้แชร์ลูกโซ่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยที่กลุ่มคนเหล่านี้มักจะเป็นกลุ่มคนเดิมๆ ที่มาหลอกลวงผู้เสียหายทำให้สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง สมาพันธ์ฯ จึงได้นำผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบในกระบวนการแชร์ลูกโซ่กว่า 100 ชีวิต เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อเสนอมาตรการการขจัดแชร์ลูกโซ่ให้หมดไปจากสังคมเสียที

“สมาพันธ์ฯ ได้นำผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่มาเขียนคำร้องทุกข์ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือในคดีแชร์ลูกโซ่ หลังจากตกเป็นเหยื่อแล้วต้องใช้เวลายาวนาน จนผู้เสียหายทนไม่ได้ที่เห็นมิจฉาชีพยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมหลอกลวงคนอื่นต่อไป เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจ และมาตรการช่วยเหลือผู้เสียหายทุกคนให้ได้รับความเป็นธรรม และได้เข้าถึงความยุติธรรม เพราะในอดีตที่ผ่านมาบางคดีแชร์ลูกโซ่กว่าจะฟ้องเสร็จได้รับเงินคืน ต้องรอยาวนานถึง 30 ปี”

ขณะนี้การทำงานของหน่วยงานภาครัฐยังคงไม่ให้ความสำคัญมากพอกับวงจรแชร์ลูกโซ่กระบวนการที่จะช่วยผู้เสียหายนั้นทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้านคดี หน่วยงานของรัฐที่ขาดเสถียรภาพ ขาดเจ้าภาพในการทำคดี ทำให้วันนี้ทางสมาพันธ์ฯ ได้เสนอข้อ 6 มาตรการกับผู้ตรวจการแผ่นดินด้วยเพื่อทำงานเชิงบูรณาการจัดการกับคดีแชร์ลูกโซ่

ในมาตรการที่ 1.) เรื่องของจัดตั้งศูนย์ทำงาน ONE STOP SERVICE ในการหาเจ้าภาพเพื่อรับผิดชอบเรื่องแชร์ลูกโซ่อย่างจริงจัง และผู้ที่ได้รับอำนาจหน้าที่ไปแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบการใช้อำนาจด้วย มาตรการที่ 2.) ภาครัฐต้องให้ความสำคัญคดีแชร์ลูกโซ่เทียบเท่าคดีค้ามนุษย์หรือคดียาเสพติด มาตรการที่ 3.) ให้เพิ่มอัตราโทษในคดีแชร์ลูกโซ่ เพราะบทลงโทษจากที่เห็นคดีเก่าๆ ที่มีการตัดสินนับแสนปีแต่ก็มีการลดโทษเหลือเพียงไม่กี่ปี เพราะประมวลกฎหมายอาญามาตรา91(2)อัตราโทษไม่เกิน10ปีลงโทษได้ไม่เกิน 20 จะเห็นว่าคดีฉ้อโกงประชาชนอัตราโทษอยู่ที่ 3-5 ปี ไม่เกิน 10 เลยลงโทษได้ไม่เกิน 20 การลดโทษที่มากเกินไป เป็นสิ่งที่รัฐจะต้องแก้ไขเพิ่มบทลงโทษจำคุกให้เป็น 7-14 ปีต่อกระทง ซึ่งจะทำให้มิจฉาชีพติดคุกอย่างน้อย 50 ปี

มาตรการที่ 4.) การคัดค้านการประกันตัวในคดีแชร์ลูกโซ่ทุกกรณี ที่ผ่านมาถ้ามีการจับกุมได้ก็จะมีการอนุญาตให้ประกันตัว ก็จะเกิดการหลบหนีระหว่างประกันตัว อย่างเช่น คดีบลิชเชอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2538 ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาก็สู้ใน 3 ชั้นศาล ชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ใช้เวลาพิจารณาคดีถึง 20 ปี ปรากฏพอศาลฎีกาสั่งพิพากษาจำเลยหลบหนีไปยังต่างประเทศ มาตรการที่ 5.)เรื่องของอายุความในการดำเนินคดี อายุความของคดีแชร์ลูกโซ่มีอายุความประมาณ 20 ปี ถ้าเกิดมีการหลบหนีอยากที่จะให้อายุความของคดีนั้นหยุดการนับอายุความไว้ก่อน เมื่อผู้ต้องหากลับมาในประเทศถึงจะนับอายุความต่อ และ มาตรการที่ 6.) ขอให้มีเจ้าภาพฟ้องคดีล้มละลายในคดีแชร์ลูกโซ่ เพื่อสามารถที่จะนำเงินมาคืนผู้เสียหายได้รวดเร็วขึ้น

วันนี้รัฐบาลต้องตื่นตัวมาจัดการกับแชร์ลูกโซ่อย่างจริงจัง ไม่ใช่ว่าโยนบาปไปให้กับผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ว่ามีความโลภเอง วันนี้รัฐบาลต้องคุ้มครองประชาชนคุ้มครองผู้บริโภค ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนไทยเป็นหลักแสนล้าน ตอนนี้ควรจะสิ้นสุดได้แล้ว

              อย่างไรก็ตาม สมาพันธ์ฯ ยังคงเดินหน้าเป็นจิตอาสาในการทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อเป็นเสียงเรียกร้องให้กับประชาชนและผู้เสียหายต่อไป ซึ่งสมาพันธ์ได้วางโครงการสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับประชาชนรู้ทันธุรกิจแชร์ลูกโซ่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นภูมิป้องกันไม่ให้หลงเข้าไปเป็นเหยื่อในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ โดยได้ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันแชร์ลูกโซ่อีกช่องทางหนึ่ง โดยครั้งต่อไปจะจัดในจังหวัดภูเก็ตในเดือนพฤศจิกายนนี้

              (ข่าวธุรกิจเครือข่าย หนังสือพิมพ์เส้นทางนักขาย ฉบับที่ 355 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2560)

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.

Bingo sites http://gbetting.co.uk/bingo with sign up bonuses